อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

ฤาจะขังแสงดาว

การเอาอนาคตของชาติไปขังคุกเเล้ว ประเทศชาติได้อะไรกลับมา มีแต่จะสร้างความขัดแย้งรุนแรง และสร้างบาดแผลในใจให้กับทุกฝ่าย พฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น.


นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค ปชป. และอดีต ส.ส.พัทลุงหลายสมัย แม้จะสอบตกเพราะความตกต่ำของ ปชป. และ รธน.ฉบับสืบทอดอำนาจ แต่นิพิฏฐ์ไม่เคยสยบ เช่น แม้จะร่วม รบ.เดียวกัน แต่กล้าเปิดโปงว่า ส.ส.ภูมิใจไทย ให้คนเสียบบัตรแทนทั้งที่เจ้าตัวอยู่เมืองจีน ตอนพิจารณางบประมาณปี 63 โดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม

ด้วยวัย 64 ปี นิพิฏฐ์น่าจะผ่านทั้ง 14 ต.ค. 16 ทั้ง 6 ต.ค. 19 ทั้ง พ.ค. 35 และ พ.ค. 53 ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ได้เห็นได้รู้ถึงการฆ่ากันกลางเมือง ใช้ไม้ตอกลิ่มที่อวัยวะเพศ มีการลากศพแล้วใช้เก้าอี้ฟาด (ศพ) อย่างไม่ปรานี กลางสนามหลวง โดยมีเด็ก ๆ ยืนมุงดูด้วยรอยยิ้มระรื่น แต่กลายเป็นภาพสะเทือนใจไปทั้งโลก

นั่นเป็นเหตุการณ์ 6 ต.ค. 19 ที่นศ.ประชาชนหนีเข้าป่าร่วมมือกับ พคท.จนป่าแตก จบด้วยการนิรโทษกรรมจากนโยบาย 66/23 เพื่อให้ นศ.คืนเมือง กระทั่ง พ.ค.53 ที่คนเสื้อแดงตายเป็นร้อย และ 6 ศพกลางวัดปทุมฯ ในเขตอภัยทาน

กระทั่งเคลื่อนผ่านถึงการเคลื่อนไหวของคนเจนวายที่กำลังปะทะทางความคิดกับคนรุ่นเก่าอย่างรุนแรง จนต้องเข้าไปอยู่ในคุกนับร้อยคนด้วยคดี ผิด ม.112 ม.116 ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งล่าสุด ผิด ม.110 ที่มีโทษขั้นต่ำ 16 ปี



ประเทศชาติแตกเป็นเสี่ยง ๆ ความยุติธรรมถูกตั้งคำถามมากมาย เราเลือดเย็นพอจะเห็นอีกฝ่ายตายไปต่อหน้า และสะใจกับความพินาศที่เกิดขึ้น สถานการณ์เหมือนกำลังจะวนลูปกลับไปสู่ที่เดิม แล้วประเทศชาติจะพัฒนาไปได้อย่างไร

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิพิฏฐ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กซึ่งขอนำมาลงด้วยความเคารพในความคิดที่นักการเมืองคนนี้ได้แสดงออกอย่างจริงใจ เพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าอยู่พรรคอนุรักษ์อย่าง ปชป. และยังเคยร่วม กปปส.มาแล้ว

นิพิฏฐ์เขียนไว้ว่า มีคนถามอยู่เรื่อยว่า ช่วงหลัง ๆ นี้ทำไมถึงโพสต์เรื่องการชุมนุมของเยาวชนบ่อยครั้ง สรุปต้องการอะไรแน่ ขอตอบว่า ต้องการเห็นการเจรจาระหว่างผู้ชุมนุมกับผู้มีอำนาจ แม้ข้อเรียกร้องบางเรื่องไร้เดียงสา เป็นไปไม่ได้ บางเรื่องก็น่าหงุดหงิด แต่พยายามคิดว่าเขาเพียงต้องการสะท้อนความต้องการ...จะถูกผิดเป็นเรื่องที่ต้องนั่งคุยกันและเจรจากัน ไม่มีการชุมนุมที่ไหนในโลกจบลงด้วยด้วยการไม่พูดคุยกัน มีแต่จะสร้างความขัดแย้ง สร้างความรุนแรง สร้างบาดแผลในใจให้ทุกฝ่าย ความพยายามของการพูดคุยกันคือคนไทยแตกแยกกันจนกลายเป็นความเกลียด



เหมือนจะร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้

นิพิฏฐ์เขียนต่อว่า ปัญหาคือ เราไม่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน

ท่ามกลางความเห็นต่าง มุ่งแพ้ชนะอย่างเดียว...มีความอดทนอดกลั้นในการฟังความเห็นต่างมากน้อยแค่ไหน ใช้ hate speech จนติดปาก...ความจริงความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ยาก เพราะไม่มีหรือ (อาจจะ) มีพรรคการเมืองเข้าไปสนับสนุน แต่ก็นับว่าน้อย …. นิพิฏฐ์ ว่าไว้

นี่เป็นการโพสต์ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ชุมนุมถูกจับกุมคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัว แม้ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษา เพนกวิน-พริษฐ์ อดอาหารมา 2 สัปดาห์แล้ว รุ้ง-ปนัสยา ก็อดอาหาร สมยศ พฤกษาเกษมสุข เรียกร้องให้ประหารชีวิตตนเอง เพราะเพิ่งออกจากคุกมา และกำลังดีใจที่เสื้อยืดที่เค้าทำขายได้ถึง 2 หมื่นกว่าบาท แต่ต้องติดคุกอีก



หมอลำแบงค์ แอมมี่ บอตทอมบลูส์ และ ทนายอานนท์ นำภา ที่เพิ่งร้องต่อศาลให้รักษาชีวิตของพวกตน เพราะมีคนเข้าไปเอาตัวมาตรวจโควิดตั้งแต่เที่ยงคืน ตี 1 ยันตี 2 และศาลวินิจฉัยแล้วว่า เป็นการไม่ระมัดระวัง และเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิผู้ต้องขัง มันชัดเจนแล้วว่า การเอาคนเหล่านี้เข้าคุกไม่ทำให้ความคิดของพวกเค้าเปลี่ยนแปลงหรือยอมจำนน มีแต่จะสร้างความขัดแย้งรุนแรง และสร้างบาดแผลในใจให้กับทุกฝ่าย อย่างที่นายนิพิฏฐ์เขียนไว้

หลายคนอาจสะใจ น่าปล่อยพวกเค้าตายอยู่ในคุกยิ่งดี แต่ประเทศชาติได้อะไรกับการเอาอนาคตของชาติไปขังคุกไว้ ฤาจะขังแสงดาว ซึ่งยังไงก็ขังไม่ได้อีก และที่สุดก็อย่างที่นิพิฏฐ์บอก จบด้วยการพูดคุย เหมือนที่ต้องออกนโยบาย 66/23

ประเทศไทยโชคดีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงวางแนวทางไว้เป็นหลักคิดที่มั่นคงแข็งแรง เพื่อนำพาชาติไทยไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องในทุกสถานการณ์นั่นคือ ต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา

แต่ดูเหมือนผู้นำประเทศล้วนลืมแนวทางที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไปแล้ว?!?.

----------------------
ดาวประกายพรึก


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    36%
  • ไม่เห็นด้วย
    64%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7