อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

ลุยกิน'ข้าวแช่'รับหน้าร้อน รสถึงเครื่อง-อร่อยเย็นใจ

"พรุ่งนี้กินไรดี" พาไปลุยชิม "ข้าวแช่" เมนูรับหน้าร้อนกันแบบถึงรส ถึงเครื่อง จนต้องบอกว่าฟินแบบเย็นชื่นใจ.. ศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น.


เข้าเดือนเมษายนทีไร ความร้อนก็เริ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ "น้องเผือกรสแซ่บ" ก็อดคิดถึงเมนูประจำหน้าร้อนที่มีมาอย่างยาวนานอย่าง "ข้าวแช่" ไม่ได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมนูคลายร้อน สูตรตำรับชาววัง เป็นเมนูที่นิยมทำถวายพระสงฆ์ หรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต อีกทั้งเป็นเมนูอาหารที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของชาวมอญอย่างยาวนาน จนเข้าสู่ตำรับอาหารชาววังนั่นเอง 



งานนี้เราเลยถือโอกาสนี้ พาแฟนๆ "พรุ่งนี้กินไรดี" ไปลิ้มรสข้าวแช่แบบถึงเครื่องกันที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โดยงานนี้เราได้ตัวคุณสุวรรณา ผลประเสริญ หรือแม่นา หัวหน้าเชฟครัวไทยโรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ มาทำให้ดูกันแบบใกล้ชิด



โดย "ข้าวแช่" นั้น ต้องเริ่มต้นด้วยของคาวที่สุดก่อนก็คือ "ลูกกะปิ" ลำดับถัดมาจึงเป็น "พริกหยวกสอดไส้" โดยนำพริกหยวกไปนึ่งแล้วยัดไส้ให้แน่นด้วยกุ้งสับเนื้อเด้ง สัมผัสได้ถึงความกรอบของตัวกุ้งรับกับพริกหยวกได้ดี

ต่อด้วย หัวหอมสอดไส้, ปลาแห้งผัดหวาน, หัวไชโป๊หวาน ซึ่งเครื่องเคียงคาวหวานทั้งหมด เมื่อได้ทานคู่กับผักแนมอย่างกระชาย มะม่วงเปรี้ยว แตงกวา และต้นหอม ก็ยิ่งชูรสได้เป็นอย่างดี 



ซึ่งทั้งหมดนี้ ยิ่งเพิ่มรสชาติความหอมหวานอวลไปทั้งปากด้วยนางเอกของมื้อ ก็คือ "น้ำลอย" นั่นเอง โดยเป็นน้ำลอยที่ทำการอบควันเทียนพร้อมกับกระดังงาลนไฟ และในช่วงที่รับประทานก็ยังมีดอกมะลิเพิ่มความหอมยิ่งขึ้นและเติมความเย็นชื่นใจกับน้ำเย็นๆ จนทำให้คลายร้อนในมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการทาน "ข้าวแช่" คือการไม่ตักเครื่องเคียงใส่ในชามข้าวแช่ เพราะจะกลบกลิ่นหอมของดอกไม้และควันเทียน แถมยังทำให้น้ำมีกลิ่นคาวไม่น่าทานนั่นเองค่ะ



โดยทาง "แม่นา" ได้ทิ้งท้ายเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยว่า "ความใส่ใจ พิถีพิถันและสม่ำเสมอ" ทำอาหารให้ลูกค้าทานอร่อย เหมือนที่เราทานอร่อยกับครอบครัวคือเคล็ดลับที่สำคัญในการทำ "ข้าวแช่" ของดิ เอมเมอรัลด์



มาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนสามารถตามไปลิ้มรสความอร่อยเหล่านี้ได้ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก บุฟเฟ่ต์ทั้งมื้อกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 18.00-23.00 น.



ส่วนในสัปดาห์หน้า เราจะพาทุกท่านไปค้นหาความอร่อยแบบเด็ดดวงกันที่ไหนนั้น ห้ามพลาดได้ใน "พรุ่งนี้กินไรดี"... แล้วกลับมาพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ....

…...............................
คอลัมน์ : "พรุ่งนี้กินไรดี"
โดย "น้องเผือกรสแซ่บ"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น