อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

จับตาใช้"ยาแรง"คุมเชื้อโควิดระบาด

หากตัวเลขคนติดเชื้อรายใหม่ไม่ลดลงแบบมีนัยสำคัญสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นในช่วง เดือน พ.ค.คือมาตรการ"ล็อกดาวน์เฉพาะจุด"หรือ  “Target Lockdown”เพื่อกดตัวเลขคนติดเชื้อไม่ให้เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุข พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.


สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิดระลอกเดือน เม.ย.ที่พบตัวเลขคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะวันที่ 14 เม.ย.พบคนติดเชื้อรายใหม่พุ่งไปที่ 1,335 คน ทำนิวไฮ(New High)ส่งผลให้ รัฐบาล เตรียมยกระดับใช้"ยาแรง" เพื่อคุมการระบาดที่มีแนวโน้มเพิ่มแบบก้าวกระโดด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งหน่วยราชการ ทั่วประเทศนำร่องทำงานนอกที่ตั้ง  (Work from Home)แบบเต็มขีดความสามารถ  คู่ขนาน ขอความร่วมมือภาคเอกชน ให้" Work from Home "ยาวไปถึง สิ้นเดือน เม.ย.

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข คำนวณตัวเลขการระบาดของเชื้อโควิดในรอบ 1 เดือนข้างหน้าพบหากไม่มีมาตรการป้องกัน ตัวเลขคนติดเชื้อจะพุ่งไปที่วันละ 9,000คน



แต่หากทุกฝ่ายช่วย ลดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากจะกดตัวเลขคนติดเชื้อเหลือ วันละ  500-600  คนและถ้าทุกคนช่วยกันทำ Work from Home จะลดตัวเลขคนติดเชื้อเหลือวันละ  400 คน

สำหรับแผนขั้นสุดท้ายหาก"ล็อกดาวน์เฉพาะจุด"หรือที่เรียกว่า"Target lockdown" จะกดตัวเลขคนติดเชื้อให้เหลือ1% หรือเฉลี่ย 100 คนต่อวัน   
ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องสำรวจคลังยาและเวชภัณฑ์ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคสำหรับภารกิจรับมือการระบาด ของเชื้อโควิด ระลอกใหม่



(1)หน้ากาก N95 มีสำรองในคลัง  3.1ล้านชิ้นเพียงพอสำหรับหมอ-พยาบาล   1 ปี

(2) หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ มีสำรอง 121 ล้านชิ้นเพียงพอสำหรับ 9 เดือน

(3) ชุดป้องกันไวรัสแบบ  Cover Allที่เป็นชุดป้องกันไวรัส ปิดคลุมทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า มีพอสำหรับหมอพยาบาล 5 เดือน

(4) ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ที่ใช้สำหรับต้านเชื้อไวรัส มีสำรอง 575,783 เม็ด เพียงพอสำหรับ 5-6 เดือน  ขณะที่องค์การเภสัชกรรม สั่งซื้อเพิ่มอีก 500,000 เม็ด เพื่อให้พียงพอต่อสถานการณ์

เอาเป็นว่ามองข้ามช็อตไปเลยภายหลังนายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยราชการทั่วประเทศWork from Home ไปถึงสิ้นเดือน เม.ย.

หากตัวเลขคนติดเชื้อรายใหม่ไม่ลดลงแบบมีนัยสำคัญสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นในช่วง เดือน พ.ค.คือมาตรการ"ล็อกดาวน์เฉพาะจุด"หรือ  Target Lockdown”เพื่อกดตัวเลขคนติดเชื้อไม่ให้เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุข

ทั้งนี้คาดว่าพื้นที่ เป้าหมายสำหรับการล็อกดาวน์เฉพาะจุด  คือพื้นที่โซนสีแดง ที่พบคนติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน   โดยเฉพาะพื้นที่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ , ชลบุรี , สมุทรปราการ , สมุทรสาคร , ประจวบคีรีขันธ์ และสระแก้ว



ประเด็นที่ฝ่ายเกี่ยวข้องต้องมองไปข้างหน้าคือการเตรียม บริหาร งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพื่อใช้เยียวยาผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิดระลอกเดือน เม.ย.

ที่หลายฝ่ายประเมินมีแนวโน้มเกิดความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่นับแสนล้านบาท!!

จากการตรวจสอบ ร่าง พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565วงเงิน  3.1 ล้านล้านบาทมีกำหนดเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 พ.ค. จากนั้นนำเข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรวาระแรก 26-27  พ.ค. ,วาระที่สองและวาระที่สาม วันที่ 11-13 ส.ค. ส่งให้ ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณา 23-24  ส.ค.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าถวายฯ  วันที่  7 ก.ย. เพื่อประกาศใช้ต่อไป

นาทีนี้สิ่งที่รัฐบาลพึงตระหนักคือต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์จากภาษีประชาชนอย่างคุ้มค่าและโปร่ง ใสมากที่สุด.
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น