อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ส่งกำลังใจทุกโหมดเดินทาง ผ่าน"โควิดระลอก3"ไปด้วยกัน

โควิด-19 ระลอก 3 กระทบทุกภาคส่วน และรุนแรงกว่าครั้งแรกๆ ผลกระทบของภาคการเดินทางที่ปรากฏเวลานี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการอยู่ไม่น้อย อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.00 น.


โควิด-19 ระลอก 3 กระทบทุกภาคส่วน และรุนแรงกว่าครั้งแรกๆ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ความหวังหนึ่งเดียวของคนไทยเวลานี้คือ “วัคซีน” ไล่เรียงผลกระทบของภาคการเดินทางที่ปรากฏเวลานี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการอยู่ไม่น้อย

ผู้โดยสารทางราง จากหลักล้านเหลือหลักแสน 

นายกิตติพันธ์ ปานจันทร์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยข้อมูลปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งทางรางว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย ตั้งแต่เดือน ม.ค.63 ส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการระบบขนส่งทางรางรวมทุกระบบ (รถไฟ รถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์) ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากตัวเลขผู้โดยสารที่มีค่าเฉลี่ยเกิน 1 ล้านคนต่อวัน ตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อในประเทศวันที่ 12 ม.ค.63 ปริมาณผู้โดยสารเริ่มลดลงต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือน เม.ย.63 ผู้โดยสารอยู่ที่ 2.45 แสนคนต่อวัน และเพิ่มขึ้นในเดือน พ.ค.63 อยู่ที่ 3.70 แสนคนต่อวัน จากนั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเดือน ก.ค.63 อยู่ที่ 8.35 แสนคนต่อวัน และเดือน พ.ย.63 ผู้โดยสารอยู่ที่ 1 ล้านคนต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยรายเดือนสูงที่สุดหลังจากเกิดการแพร่ระบาด



สุดท้ายเมื่อเกิดการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ในเดือน เม.ย.64 ตั้งแต่วันที่ 1-26 เม.ย. ทำให้ผู้โดยสารลดลงเหลือเพียง 5.27 แสนคนต่อวัน แบ่งเป็นรถไฟ 3.13 หมื่นคน, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 2.52 หมื่นคน, รถไฟฟ้า MRT 1.58 แสนคน และรถไฟฟ้า BTS 3.12 แสนคน



รถไฟงดให้บริการรวม 121 ขบวนนาน 1 เดือน

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ รฟท.ปรับเปลี่ยนขบวนรถที่ให้บริการเส้นทางต่างๆ ให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ โดยงดบริการขบวนรถเชิงพาณิชย์ (รถทางไกล) ขบวนรถเชิงสังคม (รถระยะสั้น) รวม 121 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. - 31 พ.ค.64 ทั้งนี้ ได้พิจารณางดเดินขบวนรถเฉพาะเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการน้อย และไม่ได้วิ่งให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวม และยังคงมีขบวนรถโดยสาร ทั้งขบวนรถเชิงพาณิชย์ (รถทางไกล) ขบวนรถเชิงสังคม (รถระยะสั้น) มากถึง 115 ขบวน 



ส่วนประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารในขบวนรถที่งดบริการ สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชม.
 “บางกอกแอร์เวย์ส” หยุดบิน 3 เส้นทาง 4-14 พ.ค.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งหยุดให้บริการเที่ยวบินชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 4-14 พ.ค. 2564 ในเส้นทางดังต่อไปนี้ เส้นทาง กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ (ไป-กลับ), เส้นทาง กรุงเทพฯ - ลำปาง (ไป-กลับ) และเส้นทาง กรุงเทพฯ - ภูเก็ต (ไป-กลับ) 

พร้อมกันนี้จะปิดบริการสำนักงานออกบัตรโดยสาร 4 แห่งชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้-14 พ.ค. 2564 ด้วย ได้แก่ สำนักงานออกบัตรโดยสารสำนักงานใหญ่ (ถนนวิภาวดีรังสิต), สำนักงานออกบัตรโดยสารเชียงใหม่, สำนักงานออกบัตรโดยสารภูเก็ต  และสำนักงานออกบัตรโดยสารเฉวง (เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี)  ตรวจสอบรายละเอียดเที่ยวบินเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bangkokair.com/flight/flightSchedule ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดบริการเที่ยวบิน สามารถติดต่อสายการบินฯ เพื่อเปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร

ยอดคนนั่ง “เรือแสนแสบ” เหลือ 8,000 คนต่อวัน

นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการบริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเดินเรือคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบ 3 ทำให้ผู้ใช้บริการเหลือ 8,000 คนต่อวัน ในจำนวนเรือที่ให้บริการทั้งหมด 44 ลำ เมื่อเทียบกับก่อนช่วงสงกรานต์มีผู้โดยสาร 13,000 คนต่อวัน และก่อนโควิด-19 มีผู้โดยสารประมาณ 4 หมื่นคนต่อวัน บริษัทได้ปรับเที่ยววิ่งในช่วงเร่งด่วนเช้าเวลา 06.00-09.00 น. ที่ผู้โดยสารหนาแน่นจะให้บริการเรือในความถี่ทุก 2-3 นาทีต่อลำ ส่วนช่วงกลางวันที่ไม่มีผู้โดยสารตั้งแต่เวลา 10.00-14.00 น. เรืออกทุก 10 นาทีต่อลำ และ ช่วงเร่งด่วนเย็น 15.00-20.30 น. ที่ผู้ใช้บริการจำนวนมาก เรือจะออกทุก 4 นาที เพื่อลดต้นทุนในการเดินเรือลง 



นอกจากนี้ยังประสานกรมเจ้าท่า (จท.) ขอให้พิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่พนักงานขับเรือโดยสารและพนักงานเก็บค่าโดยสารที่มี 350 กว่าคนด้วย

"คนขับแท็กซี่" 4 หมื่นคนร้องขอวัคซีนก่อน

นายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาถึงบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วนคือ กลุ่มบุคคลที่ให้บริการรถสาธารณะ เช่น คนขับรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) คนขับรถตู้ คนขับรถเมล์ วินจักรยานยนต์ (จยย.) รับจ้างสาธารณะ และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่เช่น บุคลากรของสหกรณ์แท็กซี่ อู่แท็กซี่ ให้ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ



นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า เดิมมีผู้ขับรถแท็กซี่ประมาณ 100,000 คน แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มีผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ผู้ขับรถแท็กซี่ส่วนหนึ่งเลิกอาชีพและกลับภูมิลำเนาเดิมที่ต่างจังหวัด ปัจจุบันคงเหลือผู้ให้บริการแท็กซี่ประมาณ 40,000 คน รวมถึงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ ทั้งเจ้าของอู่ ช่างซ่อมบำรุงรักษารถ เจ้าหน้าที่สหกรณ์ และบริษัทแท็กซี่อีกประมาณ 1,000 คน

บุคลากร “คมนาคม” ติดเชื้อโควิด 202 ราย (1 พ.ค.64)

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.64 มีเจ้าหน้าที่และบุคลากรสังกัดกระทรวงคมนาคม ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 7 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด 20 หน่วยงานทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.63 - 29 เม.ย.64 มีทั้งสิ้น 202 รายจากบุคลากรทั้งหมด (ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง) 112,662 คน โดยในจำนวน 202  ราย อยู่ระหว่างการรักษา 168 ราย หายแล้ว 33 ราย เสียชีวิต 1 ราย และอยู่ระหว่างกักตัวเพื่อเฝ้าระวัง 1,621 ราย
ส่งกำลังใจทุกภาคส่วนและทุกโหมดเดินทางปลอดภัยจากโควิดและฟื้นฟูการบริการได้อย่างเร็ววัน


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น