อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ไม่เพียงแต่โควิด ภัยชีวิตยังมีอีกพะเรอเกวียน

ฉะนั้นจึงพึงทราบว่าการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้ซึ่งเป็นสุคติภูมิ นับว่าเป็นความโชคดีของแต่ละคน จงอย่าได้ประมาทกับการดำเนินชีวิต อย่างเวลานี้มีโรคโควิดก็ควรช่วยกัน ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆบรรเทาลงไปได้ พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น.


สถานการณ์การแพร่ระบาดใหญ่ของ โควิด-19 และโควิดกลายพันธุ์ ในทั่วโลกยังคงมีการแพร่ระบาดลุกลามขยายตัวรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 64 ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสมราว 155 ล้านราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมราว 3.2 ล้านราย สำหรับประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายวัน 2,112 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 74,900 ราย รักษาหายแล้ว 44,360 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 30,222 ราย ซึ่งมีผู้ป่วยอาการรุนแรง ศบค.เผยผู้ป่วยโควิดอาการหนัก 1,042 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 343  ราย มีผู้เสียชีวิตรายวัน 15  ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 318 ราย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 98 ของโลก 
       

     
ปัจจุบันผู้คนทั่วไปในสังคมมีความวิตกกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด กลัวการติดเชื้อโควิดและกลัวความไม่ปลอดภัยจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดอีกด้วย การกลัวโควิดแต่ผ่อนคลายวีธีป้องกันตนจากการได้รับเชื้อโดยไม่สวมใส่หน้ากาก หรือสวมใส่หน้ากากใต้คาง ไม่เว้นระยะห่างจากบุคคล ไม่ล้างมืออย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ( ศบค.) และกระทรวง​สาธารณสุข อีกทั้งยังมีความเสี่ยงกับการร่วมกิจกรรมและไปในสถานที่แออัด นับเป็นความกลัวการติดเชื้อโควิดที่ไร้คุณค่าและไร้คุณประโยชน์ใดๆ การตื่นตระหนกในข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่ถูกต้องและมีการบิดเบือนด้วยอกุศลจิตและอกุศลเจตนา สร้างความสับสนความไม่ปลอดภัยจากการฉีดวัคซีน ทั้งๆที่องค์การอนามัยโลกและแพทย์ทั่วโลกชี้ให้เห็นความจำเป็นในการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในหมู่ประชาชน อาการแพ้ยาหรืออาการข้างเคียงอื่นๆเป็นเรื่องปกติเฉพาะบุคคลเช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนอื่นๆ อันตรายที่ถึงแก่ชีวิตมีอัตราต่ำมากมีเพียงแค่ 4 คน ใน 1 ล้านคน
           
อย่างไรก็ตาม ภัยชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วไปมีอยู่มากมายที่ไม่อาจจะละเลยได้ โควิดเป็นเพียงโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นดังเช่นในอดีตกาลที่มีโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นอยู่เสทอในแต่ละยุคแต่ละสมัย จากนี้ไปยังจะมีโรคอุบัติเกิดขึ้นหลังจากโควิดเป็นระยะๆ ทุกวันนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นโรคสำคัญที่คุกคามชีวิตของคนไทยเรื่อยมา อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคปอด โรคหลอดเลือดในสมอง โรคเบาหวาน โรคไต ฯลฯ ได้คร่าชีวิตของคนไทยหลายปีละนับแสนคน การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละ 20,000 คน อีกทั้งยังมีภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงจากภาวะโลกร้อน นอกจากนี้คนไทยยังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตและโรคจิตเวชหลายล้านคน อาทิ ความเครียด ความวิตกกังวล ซึมเศร้า ฯลฯ
           
พึงทราบว่าการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้ซึ่งเป็นสุคติภูมิเป็นความโชคดีของแต่ละคน การได้เกิดมาในประเทศที่เหมาะสม มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นความโชคดียิ่ง และการได้นับถือพระพุทธศาสนาตามบรรพบุรุษก็เป็นสิ่งที่โชคดียิ่ง จึงอย่าได้ประมาทกับการดำเนินชีวิตโดยไม่ศึกษาพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการประพฤติ​ปฏิบัติสุจริตเพราะมีการขัดเกลากิเลส เป็นเหตุให้​มีการสะสมปัญญา​ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า




อาจารย์สุจินต์ บริหารวน​เขตต์​ ประธานมูลนิธิ​ศึก​ษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้ให้สัมภาษณ์กับ ดีเจ บัญชร วิเชียรศรี รายการวิทยุ “จิบกาแฟข้างสภา” เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 63 ทางสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มีสารธรรมที่น่าสนใจและนำพิจารณาไตร่ตรองดังนี้  “…ในเมื่อมีปัจจัยที่จะเกิดก็เกิด เกิดให้เห็นด้วยว่า ใครก็ทำอะไรไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าเข้าใจความจริงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดหรือเราต้องการ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุที่จะให้เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็นอย่างนั้น และตัวอย่างก็ชัดเจนทุกสมัย ถ้าไม่มีโควิด เราก็ไปคิดถึงเรื่องอื่น เราก็ลืมเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้น ใครทำให้เกิดได้ ไม่มีใครสักคนหนึ่ง แต่ว่าเกิดแล้วต่างหาก แล้วเราก็จะต้องรู้จริงๆ ว่า ใครจะรู้ซึ้งถึงเหตุที่ใครก็บังคับบัญชาไม่ได้ เพราะต้องเป็นอย่างนี้…. เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีความรู้ เราก็จะกลัวไปหมดเลย อย่างวันนี้เรากลัวโรคนี้ และต่อไปข้างหน้ามีโรคอื่น เราก็กลัวอีก ใช่ไหมคะ กลัวไปหมด เพราะไม่รู้ความจริงว่า เหตุที่จะให้เกิดสิ่งที่ดีก็มี เหตุที่จะให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีก็มี ทำไมเกิดขึ้นกับคนนี้ดี เกิดขึ้นกับอีกคนหนึ่งไม่ดี ทำไมคนทั้งโลกไม่เป็น แต่ทำไมบางคนเป็น อย่างโรคนี้ก็ไม่ได้เป็นกันทุกคน ใช่ไหมคะ และความกลัวต้องมีแน่นอน ตราบใดที่มีความรักตัว ใช่ไหมคะ เกิดมานี่ก็กลัวไปหมด จะกลัวน้อยกลัวมากก็แล้วแต่
      
คนที่เขาเป็นโควิด เขาหลีกเลี่ยงหรือเปล่า แต่เขาก็เป็น ใช่ไหม หรือเขาไม่หลีกเลี่ยง เขาก็เป็น ใช่ไหม เพราะฉะนั้น จริงๆแล้วก็มีเหตุที่มองเห็นใกล้ๆ ว่า ถ้าปล่อยตัว ไม่ระวังตัวเลย ก็มีทางที่จะเป็นไปได้ แต่เหตุไกลยิ่งกว่านั้นก็คือว่า คนที่ระวังตัวแล้วยังเป็นได้ เพราะอะไร และคนที่ไม่ระวังตัวอย่างนั้น แต่ถึงเวลาจะไม่เป็นก็ไม่เป็น หรือเป็นกันทุกคน หรือคนที่กลัว คนที่ระวังเท่านั้นที่ไม่เป็น และคนที่เป็นไม่ระวังเท่านั้นหรืออย่างไร… เพราะฉะนั้น ระวังอย่างไรก็เป็นได้ถ้าถึงเวลาที่จะเป็น แต่ถ้าไม่ถึงเวลาที่จะเป็น อย่างไรก็ไม่เป็น แต่จะไม่เป็นเสียเลย เป็นไปไม่ได้… หรือเป็นทุกข์ บางคนก็ทุกข์กาย แต่ใจเขาไม่เป็นทุกข์เลย บางคนก็ใจทุกข์มาก แต่กายไม่เป็นทุกข์เลย และทั้งหมดนี่คือไม่รู้เหตุว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะฉะนั้น เมื่อไม่รู้เหตุ ก็ไม่รู้ว่าเหตุอะไรที่จะให้ผลที่ดีเกิดขึ้น เหตุอะไรที่จะให้ผลที่ไม่ดีเกิดขึ้น…
    
ทำไมคนเราเกิดมายังไม่มีโรคโควิดเลย หรือโรคอะไรทั้งสิ้น แต่พิการก็ได้ อะไรก็ได้ทุกอย่าง คิดว่าจะตายด้วยโรคนี้ก็ไม่ใช่ ตายด้วยโรคอื่นก็ได้ หรือไม่มีโรคอะไรก็ตายได้ เพราะฉะนั้น แต่ละคนก็หวังแต่สิ่งที่ดี แต่ไม่รู้ว่า เหตุที่จะให้เกิดสิ่งที่ดีนั้นคืออะไร เพราะฉะนั้น เหตุนี่มีมาตั้งแต่ยาวไกลมาก คือเหตุที่ดีจะต้องให้ผลที่ดีเสมอไป เหตุที่ไม่ดีก็ต้องให้ผลที่ไม่ดีเสมอไป นี่ไม่ผิดใช่ไหม… อย่างเวลานี้มีโรคโควิด ใครๆ ก็ช่วยกัน ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ไม่ทุจริตเรื่องอะไรต่ออะไรต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ค่อยๆ บรรเทาลงไปได้ แต่ถ้ามีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นก็ยิ่งทำให้สถานการณ์นี้ไม่ดี เพราะฉะนั้น จุดที่สำคัญที่สุดที่คนลืมก็คือความดีความชั่วซึ่งเป็นเหตุที่แท้จริง แต่เขามองไม่เห็น เขาไปคิดแค่ว่าจะป้องกันตัวเท่านั้น แต่ใจป้องกันหรือเปล่าที่จะไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี
    

 

เรื่องโควิดก็เป็นเรื่องหนึ่ง ถ้าเรานอนหลับสนิทก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไร แต่พอตื่นขึ้นมาก็กังวลด้วยความรักตัว แล้วแต่กังวลนั้นจะทำเพื่อตัวเอง หรือจะทำเพื่อคนอื่น ก็มีหลายสาเหตุ แต่ดิฉันคิดว่า ถ้าทุกคนมีความเข้าใจในความดีและทำดี ไม่กลัวอะไรเลยจริง ๆ แล้ว น่าจะกลัวความไม่รู้ความจริง ซึ่งขณะนี้ก็มีแต่ไม่รู้จึงได้กลัว ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นหมดแล้ว เราพูดถึงเรื่องโควิด-19 จบไปแล้ว จะกลัวอีกไหม จบแล้ว คนที่จะกลัวก็จะกลัวต่อไปอีก แต่คนที่มีเรื่องอื่นที่จะคิด เขาก็ไม่คิดเรื่องนี้แล้ว ทุกอย่างคือความกลัวเกิดเพราะไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วแต่ละหนึ่งขณะที่เกิดและปรากฏต่างๆ กันไปหลากหลายคืออะไร ทำไมเกิดอย่างนี้ ทำไมเป็นอย่างนี้สำหรับประเทศนี้ คนนี้ เรื่องนี้ ทุกอย่างหมด เราไม่รู้เหตุที่จะให้เกิดขึ้น... แต่ความจริงเป็นสิ่งที่ถ้าทุกคนลองไตร่ตรองก็จะพ้นความกลัวได้ โดยที่ว่าถ้าจะเกิดก็ต้องเกิด ใช่ไหม ถ้าจะไม่เกิดก็ไม่มีใครไปทำให้เกิดขึ้นได้เลย แต่จะต้องมีเหตุที่จะทำให้ทำไมสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนนี้ ทำไมสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนนั้น ตามเหตุตามการที่เกิดขึ้นต่างๆ หลากหลายมาก… ไม่มีอะไรที่ไม่ดับไปเลยสักอย่างเดียว คือ ดับนี่เราเข้าใจว่าหมด แต่ความจริงสิ่งที่หมด เราใช้คำว่า “ดับ” เพราะว่าไม่กลับมาอีกเลย ไปค้นหาที่ไหนก็ไม่ได้ "

ขอน้อมนำเกี่ยวกับเรื่อง บุคคล 4 จำพวกที่ปรากฏอยู่ใน พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต ตมสูตร มาให้ได้ศึกษาและพิจารณาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตซึ่งมีใจความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลกบุคคล ๔ จำพวกคือใคร คือ บุคคลมืดมาแล้ว มีมืดไปภายหน้า บุคคลมืดมาแล้ว มีสว่างไปภายหน้า บุคคลสว่างมาแล้ว มีมืดไปภายหน้า บุคคลสว่างมาแล้ว มีสว่างไปภายหน้า

           


บุคคลมืดมาแล้ว มีมืดไปภายหน้าเป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดในตระกูลต่ำ ยากจนขัดสน ทั้งยังขี้ริ้วขี้เหร่ บุคคลนั้นยังประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ ครั้นประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจแล้ว กายแตกตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก 
           
บุคคลมืดแล้ว มีสว่างไปภายหน้าเป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลต่ำ แต่บุคคลนั้นประพฤติสุจริตด้วยกาย วาจา ใจ ครั้นประพฤติสุจริตด้วยกาย วาจาใจ แล้ว กายแตกตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์  
           
บุคคลสว่างมาแล้ว มีมืดไปภายหน้าเป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลสูง ทั้งมีรูปร่างสะสวยเจริญตา เจริญใจ บุคคลนั้นประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ ครั้นประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจแล้ว กายแตกตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก  
           
บุคคลสว่างมาแล้ว มีสว่างไปภายหน้าเป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลสูง บุคคลนั้นประพฤติสุจริตด้วยกาย วาจา ใจ ครั้นประพฤติสุจริตด้วยกาย วาจา ใจแล้ว กายแตกตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น