อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

คิดดีๆ...ยิ่งใช้ยิ่งได้ ช้อป6หมื่นคืน7พัน

ถึงเวลาการแย่งชิงลงทะเบียนโครงการ 'ยิ่งใช้ยิ่งได้' ในรูปแบบของ อี-วอยเชอร์ คืนสูงสุดคนละ 7,000 บาท แต่จะได้คืนผ่านแอพเป๋าตัง ไม่มีการคืนเงินสด จันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.00 น.


มาจนถึงวันนี้ เชื่อได้ว่า คงไม่มีใคร งง” กับนโยบายการ ดึงเงินออม” ของคนที่มีอันจะกินออกมาใช้จ่ายของ “มือเศรษฐกิจ” ของนายกฯ ลุงตู่ อย่าง สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” กันอีก
 
เพราะรัฐบาลเค้าได้เฉลยออกมาแล้วว่า การดึงเงินออม จะทำผ่านโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้” ที่จะได้รับ อี-วอยเชอร์ คืนสูงสุดคนละ 7,000 บาท
 


แต่!! เป้าหมายไม่ได้หมายความว่าจะกระตุ้นให้ใช้จ่ายในเวลานี้ เวลาที่ทุกคนกำลังเดือดร้อนกันแต่อย่างใด? แต่เป้าหมายของโครงการ เค้าต้องการให้เกิดการกระตุ้นใช้จ่ายในช่วงที่เจ้าไวรัสร้ายโควิด-19 เริ่มสงบลง

รูปแบบวิธีการ อาจแตกต่างจากวิธีที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้นเคยเหมือนกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” หรือโครงการ “ช้อปช่วยชาติ” โน่น... ที่รัฐบาลโดยกรมสรรพากรเค้าให้นำค่าซื้อของและบริการไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
 
ส่วน “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ในรอบนี้ อาจแตกต่างออกไปบ้าง เพราะเค้าต้องการให้มีการชอปปิง ให้มีการซื้อของ ให้มีการใช้จ่ายกันมาก ๆ กันหลาย ๆ รอบ ขณะเดียวกันบรรดาผู้คิดค้นนวตกรรมดึงดูดเงินออม เช่นนี้ ก็ต้องการให้เกิดความคล่องตัวของการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพัฒนาคนไทยให้เดินตามยุคตามสมัยอย่างเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่สังคมไร้เงินสดนั้นคล่องตัวมากขึ้น
 
ดังนั้น!!! รูปแบบการคืนเงินจึงออกมาในลักษณะของคูปองอิเล็กทรอนิกส์ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ดำเนินการมาแล้วในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่พบว่าลื่นปื๊ด ลื่นปื๊ด ไม่ติดขัด หรือมีปัญหา หรือมีอุปสรรคอะไร?
 
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากมาย เพราะรัฐบาลหรือคนคิดนโยบาย เค้าคงไม่ให้ “เงิน” กันแบบดื้อ ๆ หรือ “แจกเงิน” กันแบบเดิม ๆ อย่างที่คนไทยคุ้นเคยกันในอดีต
 


โครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ถือเป็นมาตรการเยียวยาในระยะต่อไปของรัฐบาล ที่จะนำออกมาใช้ทันทีเมื่อการแพร่ระบาดในระลอกที่ 3 นี้คลี่คลายลงไป
 
ด้วยเหตุนี้....รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายที่จะคืนอี-วอยเชอร์ให้กับนักชอปปิงที่ซื้อสินค้าและบริการในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.นี้ ในอัตรา 10-15% ของราคาสินค้าและบริการที่ซื้อมาจากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น เป้าหมายของการคืนอี-วอยเชอร์ ก็ต้องไม่เกินวันละ 5,000 บาท ต่อคน และแต่ละคนจะได้คืนสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทเท่านั้น เมื่อแต่ละคนได้รับอี-วอยเชอร์คืนมาแล้ว ก็สามารถนำไปซื้อสินค้าอื่นๆ ได้ต่อไปตั้งแต่เดือน ส.ค. ไปจนถึงวันสุดท้ายของปี 64 เพื่อให้เงินหมุนเข้าไปในระบบหลาย ๆ รอบ ส่วนใครจะได้สิทธิในโครงการนี้ ก็ต้องรอฟังชัด ๆ จากกระทรวงการคลังเค้าอีกรอบ เพราะเบื้องต้น ได้แต่เพียงให้ทุกคนต้องไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ www. ยิ่งใช้ยิ่งได้.com เท่านั้น
 
ที่สำคัญ!!! โครงการนี้เค้าเปิดให้สิทธิเพียงแค่ 4 ล้านคนเท่านั้น ใครที่สนใจก็ต้องมีน้ำอดน้ำทน หรืออาจต้องตื่นเช้าเพื่อเข้ามาลงทะเบียนไปแย่งชิงกันให้ได้ หลังกระทรวงการคลังเค้ากำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน
 
ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ สินค้าและบริการที่รัฐบาลเค้าจะให้อี-วอยเชอร์ ก็เป็นสินค้าทั่วไป อาหาร เครื่องดื่ม บริการต่างๆ แต่ไม่รวมลอตเตอรี่ สุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ค่าน้ำมันรถ ค่าก๊าซแอลพีจี ก๊าซเอ็นจีวี ค่าทัวร์ ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน
 
โดยการใช้จ่ายต่อแรกหากคุณ ๆ ท่าน ๆ ชอปปิงตั้งแต่ 1 บาท ไปจนถึง 40,000 บาท คุณก็จะได้รับอี-วอยเชอร์คืนในอัตรา 10% แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน ขณะที่ในต่อที่สอง นั้น หากคุณชอปปิงตั้งแต่ 40,001 บาท ไปจนถึง 60,000 บาท ก็จะได้รับอี-วอยเชอร์ในอัตรา 15% แต่ไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการต่อไป
 
ส่วนวิธีการใช้จ่ายก็ไม่ยากอะไร ตามที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมี แอพ “เป๋าตัง” กันก่อน ก็เท่านั้น แล้วก็โอนเงินใส่กระเป๋าเงินของตัวเอง แล้วก็นำไปซื้อสินค้าและบริการ ตามเงื่อนไข
 


ง่าย ๆ เท่านี้ แต่อย่าลืมว่า เมื่อคุนได้สิทธิ คุณต้องซื้อสินค้าและบริการภายในเดือน ก.ค.-ก.ย.นี้เท่านั้น โดยกระทรวงการคลังเค้าจะคืนอี-วอยเชอร์ให้ตามสัดส่วนที่กำหนดในทุกต้นเดือนถัดไปหลังมีการใช้จ่าย หรือตั้งแต่ ส.ค.-ธ.ค. 64 นั่นแหละ
 
ขอย้ำว่าอี-วอยเชอร์ ที่รัฐบาลเค้าคืนกลับมาให้นั้น จะกลับคืนมาในกระเป๋าตั้งอิเล็กทรอนิกส์ บนแอพ “เป๋าตัง” เท่านั้น ไม่มีการคืนเงินเป็นเงินสดอะไรทั้งสิ้น
 
ก็...นั่งคิดนอนคิดกันให้ดีแล้วกัน!! สำหรับผู้ที่จะใช้สิทธิในโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพราะรัฐบาลเค้าสงวนสิทธิ์ไม่ให้กับบรรดาผู้ที่ถือบัตรคนจน คนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษหรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รวมถึงผู้ใช้สิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส 3
 
พูดง่าย ๆ แม้รัฐบาลเค้าไม่ได้กำหนดราคาสินค้าที่ต้องซื้อ แต่ในกระบวนการหรือวิธีการจริง ๆ แล้ว คงต้องคำนวณ หรือตั้งใจในการชอปปิงให้ดีก่อน!!!
 
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น