อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 ธันวาคม 2564

การกลับมาของนักบิน!

เมื่อน่านฟ้าเริ่มเปิด นักบินก็ต้องกลับมาเคาะสนิมกันอีกครั้ง! พุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น.


หนอนโรงพักอาทิตย์นี้ไปเรื่องข่าวต่างประเทศกันสักตอน สถานการณ์โควิด-19 ใน หลายประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลกดีขึ้นมาก ขณะที่หลายประเทศย่ำแย่ลงอย่างยิ่ง บางประเทศก็วิกฤติ อย่างในอินเดียระดับคนติดเชื้อและคนตายทะลุไปหลักแสนหลักหมื่นกันแล้ว ของไทยเราเองก็ยังวิกฤติอย่างมาก

โลกนี้มีความเหลื่อมล้ำ เมื่อบางประเทศสถานการณ์ดีขึ้น เพราะฉีดวัคซีนกันถ้วนหน้า ก็เริ่มได้เวลาเปิดเมืองเปิดประเทศกันแล้ว สายการบิน เครื่องบินที่เคยถูกงดเว้นการเดินทาง ก็เริ่มรื้อฟื้นกันใหม่ ขณะที่หลายประเทศพลเมืองติดงอมแงม บางประเทศก็ห้ามคนจากประเทศนั้นเข้ากันแล้ว เพราะ กลัวมาเชื้อโรคมาแพร่กระจาย

เหล่านักบินที่หลายคนตกงาน เพราะธุรกิจบนฟากฟ้าถูกงดยกเลิกบินน้อยลงนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน 1 ปีผ่านไป สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ปรากฏว่าเหล่านักบินต้องมารื้อฟื้นฝีมือกันใหม่
“ขับเครื่องบินนี่ไม่เหมือนปั่นจักรยานนะครับ” กัปตันเครื่องบินรายหนึ่งเปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวนิวยอร์ก ไทมส์



แน่นอนว่าเครื่องบินนั้นถ้าขับเป็นแล้ว ก็ขับเป็นกันทั้งชีวิต แต่ที่ต้องมาเคาะสนิมกันใหม่ คือระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ปกติกัปตันจะใช้อยู่เป็นประจำระหว่างบิน ทีนี้พอไม่ได้บิน ความสามารถด้านนี้ก็ลดลงอย่างมาก เลยต้องมาอบรมกันใหม่

ในช่วงที่โควิดระบาด เหล่านักบินตกงาน คนที่ใฝ่ฝันอยากทำอาชีพนี้อาชีพเดียวเท่านั้น ก็ต้องหางานอื่นทำ พอธุรกิจสายการบินเริ่มกลับมา ก็มีการจ้างกัปตันกลับมาทำงานกันใหม่ แต่ไม่ได้จ้างกลับมาหมดนะครับ มันต้องมีคนหลุดจากธุรกิจนี้แล้วหลุดไปเลยอย่างแน่นอน

หลายคนกลัวครับ เพราะโชเฟอร์บนฟากฟ้าเหล่านี้ ไม่เหมือนโชเฟอร์บนถนน ที่ยังเอารถไปลองขับแก้เซ็งกันได้ แต่เครื่องบินมันลำมหึมา ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินซื้อกันทุกคน บางคนที่มีเครื่องบินจำลองที่บ้าน ก็คงจะใช้บ้างนาน ๆ ที เพราะก็ต้องทำมาหากินอย่างอื่นแทน



ผลก็คือวันแรก ๆ ที่เข้าอบรม นักบินสนิมเขรอะเหล่านี้ ทำอะไรผิดพลาดกับระบบปฏิบัติการเต็มไปหมด เพราะไม่ชิน

ทางธุรกิจสายการบินจึงเห็นควรให้เหล่ากัปตันมานั่งอบรมและต้องสอบผ่านตามเกณฑ์ประเมินให้ได้ เพื่อที่จะสามารถกลับไปบินได้อีกครั้ง

แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำเอากัปตันหลายคนเครียดมาก เพราะไม่ได้บินมานาน ฝีมือก็ไม่เฉียบคมดังเดิม



กัปตันที่กลับมาขับเครื่องบินอีกครั้งเล่าว่า ตอนเอาเครื่องขึ้นแบบไม่มีผู้โดยสาร เครื่องทำความเร็วได้ไวกว่าเดิมเป็นอย่างยิ่ง จนทำเอาตกใจเลย เพราะพอไม่มีผู้โดยสาร สัมภาระ เครื่องพุ่งฉลุยทำเอาไม่ชิน

ทีนี้พอบินบนฟากฟ้า ซึ่งปกติจะมีความวุ่นวายการจราจรเต็มไปหมด นักบินหลายคนเริ่มระบบปฏิบัติการ สั่งงานผิด ลืมเปิดอุปกรณ์หลายอย่าง

ก็บินนะมันบินได้ แต่ระบบปฏิบัติการมากมายบนเครื่องนะ นักบินเขาไม่ได้ขับนานก็ลืมกันบ้าง

นี่จึงต้องมาอบรมกันยกใหญ่



บางคนไม่ได้บิน 5 อาทิตย์หรือเดือนกว่า ๆ ก็ไม่ชินเสียแล้ว แล้วคิดดูว่าบางคนตกงานไปตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน 1 ปีกว่า ๆ ที่ต้องไปทำงานอย่างอื่นเลี้ยงชีพ จนได้กลับมาทำงานเป็นนักบินอีกครั้ง ก็ต้องจูนตัวเองกันหน่อย เพราะทุกวันนี้เครื่องบินและระบบปฏิบัติการต่าง ๆ บนฟากฟ้ามันซับซ้อนพอสมควร ไม่ได้เหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว งงกันบ้าง ก็ต้องให้อภัย

หวังว่าจะเคาะสนิมฟื้นฝีมือให้พร้อมรับการเดินทางที่ไม่นานคงจะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้งแน่นอน

นักบินหลายคนตกงาน อยู่ในช่วงที่เรียกว่าหดหู่อย่างมาก ถ้าท่านมีความฝันแล้วได้ทำตามความฝัน แต่มีเหตุให้ต้องหลุดจากเส้นทางที่ฝันใฝ่ ก็คงจะรู้ว่ามันน่าเศร้าเพียงใด 

บางคนตื่นนอนมาตอนเช้า แล้วไม่อยากลุกจากเตียงไปทำอะไรเลย เพราะมันไม่มีอะไรให้อยากทำแล้ว บางคนต้องเลี่ยงไปทำงานส่งอาหาร ซึ่งเป็นอาชีพยอดฮิตมากในโลกยุคโควิด-19 นี้

บางคนหนักกว่าต้องไปทำงานในโรงงาน แพ็กกล่องกระดาษต่าง ๆ นานา จากนักบินสุดเท่บนฟากฟ้า นี่คือความจริงที่ปวดร้าวอย่างมาก



แต่ถ้าไม่ทำก็อดตาย

เมื่อสถานการณ์ฟ้าใหม่กลับมา ก็หวังว่าเหล่านักบินจะได้กลับมาทำงานอย่างเต็มภาคภูมิตามความฝันอย่างเดียว ที่ปวดหัวกันอยู่ตอนนี้นอกจากระบบปฏิบัติการที่ต้องมาทำความคุ้นชินอีกครั้ง เรื่องระเบียบช่วงโรคระบาดก็ทำเอานักบินปวดหัวเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะมันเยอะแยะไปหมด

ดังนั้นช่วงนี้คือจังหวะการรื้อฟื้น หวังว่าจะได้บินกันไวไว

ขอขอบคุณบทความชิ้นนี้จากสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทมส์ จะว่าไปสถานการณ์ในหลายประเทศทั่วโลกดีขึ้นอย่างมาก เชื่อว่าปีนี้ทั้งปีน่าจะเป็นช่วงการรื้อฟื้นเคาะสนิมของหลากหลายอาชีพที่คงใช้เวลานี้ทบทวนกิจวัตรประจำวันที่เคยทำไปในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19



เมื่อปีหน้ามาถึง สถานการณ์โควิด-19 คงจะทุเลาลงมากกว่านี้อย่างมาก โลกคงเปิดประเทศ ดำเนินกิจกรรมกันได้ปกติ และก็คงถึงเวลาสะสางสิ่งที่ตามไม่ทัน สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนก็คงจะมาถึงแน่นอน

เพราะโลกหลังโควิด-19 จะกลายเป็นโลกใหม่ที่มีเสรีภาพ

อิสรภาพที่จะเบียดบังและขับไล่โลกเก่าอันแสนกดขี่มืดมนให้ออกไป

แสงสว่างในโลกใหม่จะทำลายความมืดมิดของโลกเก่า


ภาพที่นักบินขับเครื่องบินเหนือเมฆสัมผัสกับแสงอาทิตย์มุ่งเดินทางสู่จุดหมายคงเน้นย้ำว่าโลกจะต้องกลับมาเหมือนเคย แต่จะเป็นโลกที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน เราหวังให้เป็นเช่นนั้น และจะลงมือทำให้เป็นแบบนั้น....คอยดู..
 
.........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Unsplash


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 169