อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

คำถาม:รัฐธรรมนูญเป็นผู้ร้ายหรือไม่   

​​​​​​​นอกจากกระแสการบริหารจัดการเรื่องการควบคุมโควิด การฉีดวัคซีนล่าช้า จนทำให้เกิดกลุ่มอยากย้ายประเทศเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า พายุที่เข้ามาโหมรัฐบาลในขณะนี้ก็คงเรื่องคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่ขาดคุณสมบัติของรัฐมนตรี แม้จะเคยต้องคดีอาญาในต่างประเทศ พุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น.

นอกจากเสียงก่นด่ารัฐบาลก็ยังมีเสียงเย้ยหยันไยไพไปถึงรัฐธรรมนูญว่า “นี่หรือฉบับปราบโกง” ทำเป็นว่ากำหนดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแบบ “คัดแล้วคัดอีก” แต่สุดท้ายก็ได้คนที่ถูกมองว่ามีมลทินเข้ามาเป็น ส.ส.เป็นรัฐมนตรี ด้วยข้ออ้างง่ายๆ ว่า “คดีเกิดในต่างประเทศ” และ “รับโทษไปแล้ว 5 ปี” (ถือว่าล้างมลทินไปด้วย)

เมื่อมีเสียงวิจารณ์รัฐธรรมนูญ นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตรองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็แสดงความเห็นในทำนองว่า ..กฎหมายมันดีแต่มันเป็นเรื่องของคน โดยให้สัมภาษณ์ว่า  “หากระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ดี หรือเฮงซวย ต้องระบุด้วยว่าตรงไหนที่ไม่ดี และต้องแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้น ไม่ใช่ตีรวนไปทั้งหมด

ไอ้ที่โจมตีกันมากเรื่องตั้ง ส.ว.มาสืบทอดอำนาจนั้น เป็นเนื้อหาในบทเฉพาะกาล 5 ปี ใช้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็จะสิ้นสุด (ซึ่งก็ยังมีคนไม่เอาด้วยกับเรื่องบทเฉพาะกาลนี้ เพราะมองว่า จะทำให้ ส.ว.ที่มาจากการคัดสรรของ คสช. ส่วนมาก มีสิทธิในการเลือกนายกฯ ได้ 2 สมัย)

อดีตรองประธาน กรธ.ย้ำว่า “คนสามารถพูดได้หมด ผมมองว่าในปัจจุบันที่เห็นกัน คือ นักการเมือง แวดวง ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรีบางคนมีแผลเต็มตัว บางคนก็ละเลย เพื่อให้ได้อำนาจ ทั้งนี้การเมืองไม่สะอาดทั้งหมด และไม่ได้สกปรกทั้งหมด แต่การเมืองไทยระยะหลังมุ่งประโยชน์ส่วนตัว

ดังนั้น ต่อให้รัฐธรรมนูญจะเขียนดีแค่ไหน หากคนใช้ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีจริยธรรม คุณธรรม ใช้ไม่ได้ผล หรือต่อให้รัฐธรรมนูญไม่ดี แต่คนใช้มีจริยธรรมมีคุณธรรม ส.ส.ดี ทุกอย่างสามารถไปได้ ดังนั้นอย่าโทษรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษ” ซึ่งสิ่งที่นายสุพจน์ พูด ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะยอมรับได้หรือไม่

ถ้าเรามาดู “ข้อดีของรัฐธรรมนูญ” ที่ว่า คือมีบทบัญญัติด้านคุณธรรมจริยธรรม ส.ส. ซึ่งถ้าจะพูดแบบโลกสวยคือมันก็ไม่ได้เข้าข้างรัฐบาลเสียทั้งหมด เพราะคนที่โดนขัดจริยธรรมคนแรกคือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. ที่โดนเรื่องครอบครองที่ดินป่าสงวน แต่ไม่คืนเมื่อเป็น ส.ส.แล้ว จึงถูกส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาอยู่

และกรณี ร.อ.ธรรมนัส ก็มีข่าวว่าเตรียมจะมีการยื่นให้ตรวจสอบคุณธรรมจริยธรรมใหม่ โดยอ้างมาตรา 160 เกี่ยวกับการมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งฝ่ายที่ยื่นเขาก็บอกว่า มีการยอมรับในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลว่า เคยต้องโทษที่ออสเตรเลีย แต่ ร.อ.ธรรมนัส กลับตอบอภิปรายฯ ในสภาว่า “มันคือแป้ง”

แต่ปฏิกิริยาขององค์กรอิสระทำเอาหลายฝ่ายเซ็งไปพอสมควร เมื่อรองเลขาธิการ ป.ป.ช.ออกมาระบุในทำนองโยนว่า เรื่องขาดคุณสมบัตินี้ต้องย้อนกลับไปดูที่ กกต. แนวๆ ไม่ใช่การกระทำผิดเมื่อครั้งเป็น ส.ส. ...นี่ก็อาจเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องให้มีการล้างองค์กรอิสระใหม่ทั้งหมด และให้แก้ไปถึงการสรรหา

ทางออกเรื่องนี้ที่พอจะทำได้ง่ายที่สุดคือการเร่งกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีการยกร่างใหม่ และในคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เคยพูดกันถึงเรื่องคนต้องคดีจากต่างประเทศจะขาดคุณสมบัติหรือไม่ เมื่อสภาฯ เปิดแล้วก็หวังว่าจะเป็นพื้นที่แก้ไขปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ให้คนมาลงถนนไล่รัฐบาลอีก

หวังว่าอะไรๆ มันคงมีทางออกโดยไม่ต้องมีความรุนแรง หรือคนหมดศรัทธาจนจะย้ายประเทศหนี.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น