อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

เปิด6เคล็ดลับบำรุงครรภ์ สำหรับผู้หญิงท้องยาก!

เปิดเคล็ดลับ สำหรับผู้มีบุตรยาก "6 วิธีบำรุงครรภ์" ให้แข็งแรง พร้อมมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ เสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00 น.


 
 
 
เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งความกังวลของว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่อยากจะมีเจ้าตัวน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่หากเป็นผู้มีบุตรยาก ก็คงจะเป็นความหนักใจมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเตรียมตัวทำ IUI, IVF, ICSI หรือวางแผนท้องธรรมชาติ หัวใจหลักคือต้องเตรียมตัว "บำรุงก่อนตั้งครรภ์" ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์
 
โดยล่าสุด ทาง "ครูก้อย" นัชชา ลอยชูศักดิ์ ที่ปรึกษาผู้มีบุตรยากและผู้ก่อตั้งเพจ Babyandmom.co.th เพจที่ให้ความรู้และการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยากตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รวบรวม หลักโภชนาการเสริมภาวะเจริญพันธุ์ (Fertility Diet) หรือ เรียกว่า "คัมภีร์อาหารของครูก้อย" นั้น คือ การทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ประกอบไปด้วยอาหารหมู่หลัก (Macronutrients) 70%  และเสริมวิตามินและแร่ธาตุ (Micronutrients) 30% โดยสรุปออกมาเป็น 6 วิธีบำรุงเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก ดังนี้
 
 
1.เพิ่มโปรตีน
โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ การบำรุงไข่ให้ได้ไข่โตสวยสมบูรณ์ ไข่ตกตามปกติ และผนังมดลูกที่แข็งแรงนั้น ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องทานโปรตีนให้เพียงพอต่อวัน คือ 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยควรเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่ให้โปรตีนชั้นดี ให้โปรตีนสูง และปลอดภัย โปรตีนจากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อปลา นมแพะ อกไก่ โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง เป็นต้น
 
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of obstetrics and gynecology เมื่อปี 2008 ศึกษาพบว่า "ผู้หญิงที่เปลี่ยนการรับประทานโปรตีนจากสัตว์มาเป็นโปรตีนจากพืชอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการมีบุตรยากเนื่องจากปัญหาเรื่องไข่ไม่ตกได้ถึง 50%" ซึ่งส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว และ อัตราการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติด้วย


 
2. ลดคาร์บ
ลดคาร์บ หรือ คาร์โบไฮเดรต คนไทยนั้นทานข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ถ้าเน้นข้าวขาวเยอะไป เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมด จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งการทำงานของร่างกายนั้นจะเปลี่ยนกลูโคสที่มีมากเกินไปให้กลายเป็นไขมัน มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ยากทั้งสิ้น
 
จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2017 ศึกษาพบว่า "การทานอาหารแบบลดคาร์บประเภท Refined Carb ลง (Low Carbohydrate Diets) ช่วยลดระดับอินซูลิน ส่งผลต่อฮอร์โมนที่สมดุล วงจรการตกไข่เป็นปกติขึ้นทำให้มีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่รับประทานอาหารตามปกติ" อีกทั้งยังลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นจากงานวิจัยศึกษาพบว่าการลดคาร์บลงในการรับประทานอาหารต่อวันและเสริมโปรตีนเพิ่มขึ้นยังช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จจากการทำเด็กหลอดแก้วได้สูงถึง 83%
 

 
3. งดหวาน
น้ำตาล คือตัวร้ายทำลายเซลล์ รวมไปถึงเซลล์ไข่ของผู้หญิง มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012 ศึกษาพบว่า การทานอาหารแบบเพิ่มโปรตีนและลดคาร์บลง (เนื่องจากร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล) ส่งผลให้ลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้ การทานแบบลดน้ำตาลลงนี้มีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก16.6% เป็น 83% เลยทีเดียว
 
คนวางแผนท้องที่อยู่ในช่วงบำรุงไข่ต้องงดหวานโดยเด็ดขาด โดยหากต้องการความหวานควรเลือกทาน "น้ำผึ้งชันโรง" และ "น้ำอินทผลัม"  เพราะเป็นความหวานที่มีประโยชน์ ปลอดภัย ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและยังมี "โพรไบโอติกส์" (Probiotics) จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้และมดลูกอีกด้วย
 

 
4. ทานกรดไขมันดี
ไขมันดี (HDL)  หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fat) หรือ โอเมก้า 3 มีความจำเป็นอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง โดยร่างกายต้องใช้ไขมันดีในการผลิตฮอร์โมนเพศ หากร่างกายไม่ได้รับไขมันดีอย่างเพียงพอร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศได้น้อยลง ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งมีในปลาทะเล Fish Oil  อะโวคาโด ธัญพืชจำพวก งาดำ แฟล็กซีด และอัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย เป็นต้น 
 
โดยในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่า "การรับประทานการรับประทานโอเมก้า 3 ช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล การตกไข่เป็นปกติ และยังช่วยให้ไข่มีคุณภาพ" นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวสำคัญในการทำให้มดลูกหนาตัวเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้หญิงที่ต้องใช้กระบวนการทางการแพทย์ในการทำเด็กหลอดแก้ว การได้รับโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ล่วงหน้าก่อนเข้าสู่กระบวนการส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์อีกด้วย
 

 
5. เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) หมายถึงสารที่ช่วยต่อต้านหรือกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ในร่างกาย มีงานวิจัยศึกษาถึงประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ พบว่า การทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ ยังช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ จึงช่วยลดความเสื่อมสภาพของร่างกาย ช่วยคงความอ่อนเยาว์ และมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น โดยอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะนาว มะกรูด ผักผลไม้ เช่น ผักเคล ผักโขม กะหล่ำม่วง มะเขือเทศ บีทรูท แครอท ทับทิม ธัญพืช เช่น ถั่วต่างๆ งาดำ ควินัว แฟล็กซีด
 
จากการศึกษาพบกว่า น้ำมะกรูดคั้นสด อุดมไปด้วย มีวิตามินซีสูง ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) และสารต้านอนุมูลอิสระ เควอซิทีน (Quercetin) สูงที่สุด ซึ่ง “ไบโอฟลาโวนอยด์” หรือ “วิตามินพี” เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซี และยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และเส้นเลือดฝอย โดยเฉพาะบริเวณมดลูกที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ทำให้มดลูกแข็งแรง เพราะมีเลือดไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ตัวอ่อนฝังตัวง่ายขึ้น และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะที่มดลูก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการแท้งในระยะเริ่มต้น
 
สอดคล้องกับงานวิจัยจาก The University of Texas ที่ศึกษาพบว่า "ผู้หญิง 53% ที่ทานอาหารวิตามินซี และไบโอฟลาโวนอยด์สูงจะมีช่วงลูเตียลเฟส (Luteal Phase) ยาวขึ้น" ลูเตียลเฟส คือระยะหลังการตกไข่ที่ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ร่างกายจะสร้างมดลูกให้หนาขึ้นพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากช่วงระยะเวลานี้สั้นโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนก็ลดลง
 

 
6. เสริมวิตามินบำรุง
จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Medicine Insight Women's Health เมื่อปี 2019 ได้รวบรวมผลการศึกษาถึงความสำคัญของ Micronutrients ซึ่งได้แก่ "วิตามินและแร่ธาตุ" ที่จำเป็นที่ผู้หญิงวางแผนท้องที่ควรได้รับล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ งานวิจัยศึกษาพบว่า สาเหตุของภาวะมีบุตรยากนอกจากการทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการแล้ว การขาดวิตามินและแร่ธาตุก็เป็นสาเหตุหลักประการหนึ่ง เพราะวิตามินและแร่ธาตุมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมให้ระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติและสมบูรณ์ รวมถึงระบบสืบพันธุ์ การได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอนอกจากจะส่งผลให้ผู้หญิงมีลูกง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงทารกพิการแต่กำเนิดอีกด้วย ซึ่งผู้หญิงวางแผนท้องควรทานวิตามินบำรุงต่อเนื่องล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์


 
และทั้งหมดนี้ ก็คือ "6 เคล็ดลับวิธีบำรุงเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก" โดยเน้นอาหาร 70% วิตามิน 30% "อาหารก็ต้องกิน วิตามินก็ห้ามขาด" บำรุงก่อนเตรียมตั้งครรภ์ล่วงหน้า 3 เดือน ยิ่งบำรุงอย่างถูกต้อง ถูกวิธี และต่อเนื่อง โอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์และเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย...

................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 158