อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

สร้างทางพิเศษ2ชั้น-ทำบายพาส ผ่าตัดแก้วิกฤติรถติดบนทางด่วน

เมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้ายังไม่เติมเต็มการเดินทางของคนกรุงเทพฯ และผู้คนจำนวนไม่น้อยเคยชินกับความสะดวกสบายในการใช้รถส่วนตัว ปัญหารถติดในกรุงเทพฯจึงวิกฤติ โดยเฉพาะในวันที่ฝนตก ติดลามไปถึงบนทางพิเศษ (หรือทางด่วน) ซึ่งมีปัญหาการจราจรจากสภาพปัญหาของทางด่วนเองด้วย อังคารที่ 1 มิถุนายน 2564 เวลา 08.00 น.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  ได้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นของสภาพปัญหาการจราจรในปัจจุบัน  ต่อที่ประชุมแก้ไขปัญหาจราจรบนทางพิเศษ ผ่านการประชุมทางไกล ด้วยระบบ Zoom  ที่มีรมว. คมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ  เป็นประธานเมื่อวันก่อน  พบว่า  มี 5 ปัญหาหลัก ได้แก่ 

1.ปัญหาด้านความจุของทางพิเศษไม่เพียงพอ
2.ปัญหาจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางร่วมและทางแยก
3.ปัญหาจุดคอขวดทางกายภาพบนทางพิเศษ
4.ปัญหาการไหลเวียนจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง
5.ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางลงทางพิเศษที่เชื่อมต่อกับถนนพื้นราบ  


เมื่อแยกแยะสาเหตุของแต่ละปัญหา  พบว่า  ด้านความจุของทางพิเศษไม่เพียงพอ ปัญหาจุดตัดกระแสจราจรและจุดคอขวดนั้น มักจะเกิดปัญหามากบนทางพิเศษศรีรัช(ทางด่วนขั้นที่ 2) ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-อโศก และบริเวณทางแยกต่างระดับพญาไทและทางแยกต่างระดับมักกะสัน รวมทั้งทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ช่วงดินแดง-ท่าเรือ-บางนา 



ส่วนปัญหาการไหลเวียนจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง จะเกิดขึ้นบริเวณด่านฯหลักๆ ได้แก่ ด่านประชาชื่น และด่านอโศก นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางลงทางพิเศษ ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนพื้นราบ เช่น ทางลงถนนพระราม 9 ทางลงถนนประชาชื่น และทางลงถนนเกษตร-นวมินทร์ เป็นต้น


รมว. ศักดิ์สยาม  บอกว่า  กทพ. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อบรรจุโครงการทางขึ้น-ลงเพิ่มเติมบริเวณสถานีกลางบางซื่อ รองรับการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง รวมทั้งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) บริหารจัดการจราจรบริเวณทางลงถนนเพลินจิต เป็นต้น  



นอกจากนี้ กทพ. ได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรในเบื้องต้น ดังนี้ เพิ่มทางลงทางพิเศษศรีรัช ส่วน D เชื่อมถนนพระราม 9 (ขาเข้าเมือง) และเพิ่มทางลงทางพิเศษศรีรัช ส่วน D เชื่อมถนนจตุรทิศ (ขาเข้าเมือง) เพื่อลดจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางหลัก, การขยายพื้นผิวจราจรบริเวณคอขวด และการก่อสร้างทางเชื่อม (Bypass) เพิ่มเติมบริเวณทางแยกต่างระดับมักกะสัน เพื่อแก้ปัญหาคอขวดและจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางแยกต่างระดับ

สำหรับบริเวณที่มีข้อจำกัดไม่สามารถขยายพื้นผิวจราจรได้ อาจจำเป็นต้องก่อสร้างทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 โดยเฉพาะบนทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-อโศก รวมถึงก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแก้ปัญหาความจุของทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษฉลองรัชทั้งระบบ รวมถึงวางแผนนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : Al) มาใช้แก้ไขปัญหาจราจร โดยนำข้อมูลปริมาณการจราจร สภาพจราจรและข้อมูลจุดต้นทาง-ปลายทาง (OD) แบบ Real Time มาประกอบการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาจราจร เช่น การเปิด Reversible Lane บนทางพิเศษ เป็นต้น



นายศักดิ์สยาม  กล่าวว่า ได้มอบหมายกทพ. ลงรายละเอียดในการจัดกลุ่มของปัญหาจราจรบนทางพิเศษ และควรแบ่งการดำเนินงานเป็นแพคเกจ โดยจัดลำดับความสำคัญประกอบกับการจัดทำแผนการดำเนินงานและแหล่งเงินที่จะนำมาลงทุนให้ชัดเจน  ซึ่งการลงทุนต้องเกิดความคุ้มค่า และคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ให้ศึกษาเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างด้วย และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะต้องมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาการจราจรใหม่เพิ่มเติมขึ้นอีก

พร้อมกันนี้  ยังมอบหมายกทพ. ศึกษาการแก้ไขปัญหาจราจรเพิ่มเติมประกอบด้วย บริเวณทางลงถนนแจ้งวัฒนะ (เชื่อมต่อศูนย์ราชการฯ) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 (รังสิต-องครักษ์) รวมทั้งจัดทำแผนดำเนินงานให้ครอบคลุมในทุกมิติ ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการจราจรให้มีประสิทธิภาพต่อไป

ถึงเวลาที่กทพ. ต้องเร่งผ่าตัดแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางด่วนอย่างเป็นรูปธรรม ...ทางด่วนต้องด่วนจริง!!  ไม่ใช่เสียเงินจ่ายค่าผ่านทางแต่ไปติดแหง็กลอยฟ้า

---------------------------------
คอลัมน์ มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 157