อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

เสียงครวญ จากนโยบายลักปิดลักเปิดเรื่องโควิด!!

จะออกคำสั่งอะไร ไปคุยกันให้เคลียร์ก่อนไหม ถ้ายังลักปิดลักเปิดกันเเบบนี้ ประชาชนคงทำอะไรไม่ถูก พฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2564 เวลา 08.00 น.

นาทีนี้ ต้องบอกว่า รัฐบาลกำลังร่อแร่ใน เรื่องการสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 อย่างแรง เสียงบ่นจากประชาชนคือ “รัฐบาลขอให้มั่นใจไปวันๆ แต่ไม่มีอะไรยืนยันได้เลยว่า เชื่อได้” เอาตั้งแต่เรื่องการได้มาซึ่งวัคซีนแอสตราเซเนกา คือยังอมๆ กันอยู่ไม่รู้แล้วว่า ล็อตใหญ่ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ จะได้มาวันไหนแน่ และกระจายฉีดได้วันไหน วิธีกระจายเป็นอย่างไรให้คนได้รับวัคซีนเร็วที่สุด

เพราะความต้องการวัคซีนมีสูงไม่ทันกับความต้องการของประชาชน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงทรงให้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม เข้ามาช่วยเหลือประชาชนอีกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งหน่วยงานเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถซื้อให้คนในองค์กรตัวเองได้โดยราชวิทยาลัยไม่แสวงหากำไร

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บางจังหวัด เช่น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี หรือจังหวัดอื่นๆ ก็มีแผนที่จะสั่งแล้ว โดยต้องรอแก้ระเบียบของมหาดไทยที่ผู้ตรวจการแผ่นดินตีความไว้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้งบตัวเองสั่งซื้อได้ในกรณีแก้ปัญหาภัยพิบัติฉุกเฉิน แต่รัฐบาลก็ยังยึกยักอยู่ โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็บอกว่า “เกรงจะเกิดความเหลื่อมล้ำ” (ทำนองให้ ศบค.กระจายดีกว่า)



ซึ่งหลายคนฟังก็งงเป็นไก่ตาแตก ว่า 1.ในเมื่อเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ แล้วทำไมไม่เร่งให้ท้องถิ่นใช้ช่องทางที่ได้ของเร็ว 2.จะเหลื่อมล้ำตรงไหน เพราะท้องถิ่นที่ซื้อเยอะ คือท้องถิ่นที่มีเงิน แสดงว่าเศรษฐกิจสะพัด เพื่อให้เดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อได้ไวเขาก็ต้องการมาก ความจำเป็นมันแตกต่างกัน 3.ทาง นพ.นิธิ มหานนท์ ผอ.ราชวิทยาลัยฯ ก็บอกแล้วว่า นี่คือวัคซีนทางเลือก ถ้าได้วัคซีนหลักมาก็ทยอยลดการนำเข้าวัคซีน ไม่ใช่มาแข่งกับรัฐ

บางคนมองโลกในแง่ร้ายไปถึงขั้นว่า แม้จะมี “ช่องทางพิเศษ”แล้ว แต่รัฐบาลยังยึกยักอยู่แบบนี้หมายถึงว่า จะเล่นการเมืองหรือไม่ ที่จะอนุมัติจัดสรรวัคซีนให้ท้องถิ่นที่ อปท.เป็นคนของรัฐบาลก่อน ซึ่งมันห้ามความคิดกันไม่ได้ ในภาวะเดือดร้อนแบบนี้มันก็ทำให้คนคิดในแง่ลบกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลเองก็สร้างความมั่นใจและความชัดเจนให้ไม่ได้ดีเท่าที่ควร เรื่องที่ประชาชน “ลำไย(ตามศัพท์สมัยใหม่) รัฐบาลมากคือ เรื่องการกลับไปกลับมา

ล่าสุด กทม.ออกคำสั่งให้สามารถ เปิดสถานบริการได้ 5 รูปแบบ แล้ว อาทิ สวนสาธารณะ ร้านนวด สถาบันเสริมความงาม พิพิธภัณฑ์ ซึ่งอำนาจการเปิดปิดในแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกันเพราะเป็นอำนาจของท้องถิ่น แต่คนที่ทำงานในแวดวงตรงนั้นดีใจกันได้ไม่กี่ชั่วโมง ศบค.ก็สั่งโครมแบบฟ้าผ่าลงมาอีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดยังรุนแรง ดังนั้นให้ชะลอคำสั่งของ กทม.ออกไปจนถึงวันที่ 14 มิ.ย. (และไม่รู้ถึงวันนั้นจะเปลี่ยนอีกหรือเปล่า)



เท่าที่ฟังๆ คนรอบข้างดู ร้านนวด จะผิดหวังกับคำสั่งนี้มากที่สุด เพราะหลายเจ้าเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก แต่มีคนทำงานในแวดวงนี้เยอะมาก นวดไทยนั้นเป็นการบริการที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วถึงขั้นจะจดทะเบียนมรดกโลก และมีการส่งเสริมอาชีพนวดให้กับคนพิการตาบอดด้วย หรือบางคนไม่มีทักษะ, ต้นทุนทางสังคมก็เรียนนวดมาเพื่อทำงานตรงนี้ พนักงานนวดมีเป็นจำนวนมากในประเทศไทยที่เป็นคนจน เขาก็หวังทำงานได้เสียที พึ่งพารัฐเงินไม่พอใช้ต้องเลี้ยงครอบครัว

พอโดนสั่งฟรีซไปอีก 15 วัน ก็ ทำให้บางคนถึงกับหมดแรง เตรียมตัวจะกลับเข้ากรุงเทพฯ มาทำงาน ร้านนวดเตรียมจะซื้อเจลล้างมือ ซื้อน้ำมันนวด ทำความสะอาดร้านเตรียมเปิดรับลูกค้าแล้ว ก็ต้อง ปิดต่อ หรือคลินิกเสริมความงาม โฆษณา เตรียมออกโปรโมชั่นแล้ว เตรียมของเตรียมสถานที่แล้ว หมอความงามถูกเรียกมาสแตนด์บายรอทำงานกันแล้ว ก็ต้องกลับไปที่ศูนย์ใหม่ พวกพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เตรียมขายอาหาร สั่งของมาแล้วก็ฟาล์วไปอีก เสียเงินฟรี

จนมีคนเหน็บแนมว่า ทำไมไม่อ่านไลน์กลุ่มกันเองระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่น ออกคำสั่งมาให้เตรียมตัวแล้วอยู่ๆ ศบค.มาเปลี่ยนคำสั่งแบบสายฟ้าแลบ ที่สำคัญคือไม่เคยมีการขอโทษประชาชนในเรื่องการบริหารที่ผิดพลาด ทั้งการกลับไปกลับมาของคำสั่ง ทั้งความไม่ชัดเจนเรื่องการได้วัคซีน ซึ่งการขอโทษอย่างน้อยมันก็ช่วยประทังความรู้สึกของประชาชนได้ว่า รัฐบาลยังแคร์เรื่องนี้อยู่มาก แต่นี่เหมือนให้ฟังผู้นำชาติพ้นภัย (รึเปล่า?) อย่างเดียว



ไอ้เรื่องคำสั่งหักหน้ากันเองไม่ใช่เพิ่งเคยเกิด เรื่องเปิดร้านอาหารให้กินข้าวในร้านได้ กทม.เคยออกคำสั่งไม่ให้กินข้าวที่ร้าน แต่อยู่ๆ ศบค.มากลับคำสั่งบอกให้กินได้ คือมันยิ่งเพิ่มความเครียดของประชาชนมาก กับการที่นโยบายกลับไปกลับมาไม่คุยกันให้ดีระหว่าง ศบค.กับท้องถิ่น ถ้ามันหนักเข้าระวังจะเกิดภาวะ “รัฐล้มเหลว” ที่ประชาชนบอกกูจะทำอะไรก็ได้ให้ได้เงินเพราะไม่ไหวแล้ว ไม่ยอมฟังคำสั่งรัฐแล้ว เพราะแค่คุยกันเองยังทำไม่ได้

นี่เฉพาะกลุ่มอาชีพนวดกับคลินิกเสริมความงาม วันที่ กทม.ออกประกาศผ่อนผันมีหลายอาชีพบ่นอุบว่า ความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อของอาชีพตัวเองก็พอๆ กับสองกลุ่มนั้น เผลอๆ น้อยกว่าอีก กลับไม่ได้ผ่อนผันให้เปิด เช่น กลุ่มอาชีพผู้ประกอบการฟิตเนสออกกำลังกาย เทรนเนอร์หลายคนก็ไม่มีรายได้หรือได้เงินเดือนครึ่งเดียว ต้องหันไปขับแกร็บแก้ขัด เทรนเนอร์อิสระรายนึงมาบ่นด้วยว่า “ได้แต่นอนติดเตียงไปช่วงนี้” ฟิตเนสใน กทม.นี่เยอะ เทรนเนอร์ตกงานก็เยอะตาม



กลายเป็นว่า อาชีพที่ฮิตเงียบอยู่ตอนนี้คือ ทำของโป๊” ถ้ารัฐบาลมีหน่วยตรวจสอบใครด่ารัฐบาลบ้าง ก็น่าจะเห็นว่า ในทวิตเตอร์นี่ มีทั้งวัยรุ่นไปถึงวัยผู้ใหญ่แล้วที่อัดคลิปโป๊ รูปโป๊ตัวเองขายตามช่องทางต่างๆ หาเงินประทังชีพไว้ก่อน บางคนก็เปิดกรุ๊ปไลน์ขายเงา บางคนก็ไปสมัครเว็บ onlyfans แล้วก็ให้คนมา “support” จ่ายเงินรายเดือนแลกค่าดูเนื้อหาของโป๊อะไรเหล่านั้น บางคนยอมปิดหน้าปิดตาทำเพราะไม่รู้จะหากินอะไร ที่น่าสงสารคือเห็นคนท้องก็ทำ..

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ฟังมาหลายคนเขาบอกว่า “เพราะรัฐบาลประมาทเรื่องวัคซีน” ประมาณว่า เห็นว่าเราสามารถควบคุมการกระจายของเชื้อได้ดีในอันดับต้นๆ ตอนมันระบาดรอบแรก เลยทำแผนวัคซีนช้า แล้วเขาก็เอาภาพจากต่างประเทศ เช่น ภาพคนเดินร่อนเต็มเมืองไม่ใส่หน้ากากที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มาเปรียบเทียบ บอกว่าน่าอิจฉา ตรงนี้ก็อยากให้รัฐบาลตอบให้เคลียร์ว่า แผนกระจายวัคซีนของเราช้าจริงหรือไม่ เพราะอะไร



ยังมีอีกหลายกลุ่มอาชีพที่เร่งให้แผนกระจายวัคซีนเร็วขึ้น อย่างกลุ่มอาชีพนักร้องตามร้านอาหาร กลุ่มอาชีพมัคคุเทศก์ พวกเปิดผับบาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดึงเม็ดเงินเข้ารัฐจากการท่องเที่ยวเข้ามามาก เขาบอกว่า การเยียวยาเขาเดือนละไม่กี่พันบาทไม่พอ ยิ่งพวกเปิดผับบาร์เจอค่าเช่าไปทีก็หน้ามืด หลายแห่งต่อสัญญากันทีละครึ่งปี หลายร้านจำเป็นต้องปล่อยสัญญาเช่าเลย ..แน่นอน เจ้าของปล่อยสัญญา ลูกน้องก็ต้องไปตายเอาดาบหน้าอีกต่อหนึ่ง

เอาจริงๆ คือเบื่อจะเขียนเรื่องปัญหาการบริหารจัดการโควิดมาก เพราะหลายคนก็พูดไปหมดแล้ว แต่อยากให้เป็นอีกเสียงหนึ่งที่กระทุ้งรัฐบาลหน่อยก็ดี ว่า ให้มันเร็ว และสั่งการอะไรอย่ากลับไปกลับมา.

.........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”...


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 154