อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

"ยอด"ใจสลายเป็นขี้เมาเร่ร่อน พระชี้ทางกลับตัวช่วยสังคม

"ยอด" หนุ่มเมืองคอน จากชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์ ผิดหวังรักอย่างแรงต้องกลายเป็น "ไอ้ขี้เมา" เร่ร่อนนอนข้างถนน “พระมหาบวร” เมตตาให้ที่อยู่ที่กิน ชี้ทางสว่างพ้นทุกข์ กลับทำความดีสร้างประโยชน์ช่วยเหลือสังคม อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 07.30 น.


จากคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว ในวัยหนุ่มหวังสร้างหลักปักฐานกับหญิงคนรัก แต่เวลาเปลี่ยนใจคนก็เปลี่ยน หญิงสาวผู้เป็นที่รักปันใจไปมีชายอื่น ความหวังที่วาดไว้อยากมีชีวิตครอบครัวที่ดีพังทลายในพริบตา จิตใจที่อ่อนแอสิ้นหวังท้อแท้ทำให้ "ยอด" หรือ นายยุทธพงศ์ โฉมทอง อายุ 38 ปี ชีวิตพลิกผันกลายเป็นคนติดเหล้า ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ ดื่มจนเมาทั้งวันทั้งคืน จะหยุดดื่มก็ในยามหลับเท่านั้น..
 
ทุกครั้งหลังลืมตาตื่นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ "ยอด" จะพบว่าตัวเองนอนอยู่ศาลาสวนสาธารณะบ้าง ข้างถนนบ้าง หรือในวัดบ้าง จากนั้นเขาก็จะออกเดินไปตามถนนด้วยเนื้อตัวที่สกปรก กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้ง หน้าตามอมแมม ผมเผ้ารุงรัง วนเวียนอยู่แบบนี้ทุกวัน เวลาอยากกินเหล้า เขาก็จะแบมือขอเงินคนที่ผ่านไปมา บางคนสงสารก็ซื้อข้าวให้กิน หรือหากได้เงินมาเขาก็จะเอาไปซื้อเหล้ากินหมดทุกครั้ง ซึ่งเขาดื่มเหล้าทุกชนิดที่มีหรืออยู่ที่กำลังเงินจะซื้อหามาได้


 
ไอ้ขี้เมา!! คนไร้ค่า คนไร้ประโยชน์.. คำเหล่านี้ก้องอยู่ในหัวของ "ยอด" ตลอดเวลา แต่เขากลับไม่ยี่หระ เพราะคิดว่ามีชีวิตก็แค่อยู่ไปวันๆ
 
จนวันหนึ่ง ชีวิตของ "ยอด" โชคดีได้พบทางสว่างอีกครั้ง ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า "ไอ้ขี้เมาไร้ค่า" จะกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้ง เพราะยอดได้พบกับ พระครูปลัดบวร ปวรธัมโม หรือ “พระมหาบวร” เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ (จำปาขอม) ถนนศรีธรรมโศก ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ชี้ทางชีวิตให้โอกาสกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้อีกครั้ง


 
"ยอด" เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาว่า ตนเรียนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) ฐานะครอบครัวก็พออยู่พอกินไม่เดือดร้อน หลังเรียนจบเป็นช่วงที่เทคโนโลยีด้านไอทีเข้ามามีบทบาทในสังคมมาก ตนจึงเปิดกิจการร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอทีบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยฯ กิจการรุ่งเรืองมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ตนจึงเปิดสาขาใหม่อีก 3 สาขา ให้แฟนสาวที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ช่วยบริหารดูแลจนสามารถเก็บเงินซื้อบ้านราคาหลายล้านได้ และยังมีที่ดิน รถหรู สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตมากมาย
 
"คิดว่าชีวิตของตนในวัย 25-26 ปี มาไกลเกินความคาดหมายแล้ว แต่ทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อมารู้ว่าแฟนสาวไปมีคนอื่น ตนเสียใจ ทุกข์และเครียดหนัก จึงเริ่มหันไปดื่มเหล้าอย่างหนักทั้งวันทั้งคืนเพราะอยากจะเมาให้มันลืมความทุกข์ไป งานการไม่ทำ เงินทองที่เก็บไว้ก็เริ่มร่อยหรอและหมดไปจนต้องขายบ้านและทรัพย์สินทุกอย่างที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงจนหมดเนื้อหมดตัว"


 
หลังหมดเงินไม่นาน ตนก็กลับไปอยู่บ้านเกิดที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ใช้วิชาความรู้ด้านการประมงที่ร่ำเรียนมาไปช่วยเหลือครอบครัวและญาติพี่น้องเลี้ยงกุ้งขาวจนประสบความสำเร็จ ทำให้ครอบครัวและญาติพี่น้องสามารถปลดหนี้สินได้ทั้งหมด ช่วงนั้นตนก็ยังดื่มเหล้าอย่างหนักต่อเนื่องจนกลายเป็นคนติดเหล้า!! จะต้องกินทุกวัน ซ้ำต่อมาถูกญาติที่หยิบยืมเงินไปไม่ยอมคืน ตนน้อยใจจึงตัดสินใจออกจากบ้านอีกครั้ง.. และมาทำงานรับจ้างตามร้านอาหาร ก่อนจะไปทำงานกับบริษัทรับเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารเมื่อปี 63 แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทางบริษัทได้เลิกกิจการและลอยแพคนงานอีก
 
"ยอด" ยอมรับว่า เวลานั้นรู้สึกชีวิตล้มเหลวหมดอาลัยตายอยาก "เหล้า" เป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้คลายทุกข์ได้ สุดท้ายแล้วไม่ใช่เลย!! นอกจากไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นแล้วยังฉุดชีวิตเราให้ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไร้ค่ายับเยินไปกว่าเดิมซะอีก เขาต้องกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ไร้ศักดิ์ศรี แบมือขอเงินคนไปทั่ว ต้องขอข้าววัดกิน ไม่มีที่ซุกหัวนอน


 
จากนั้น ยอด ได้เล่าจุดเปลี่ยนของชีวิตว่า แล้ววันหนึ่งช่วงเดือน ก.ย.63 ตนได้ไปอาศัยหลับนอนและขอข้าวกินที่ วัดมุมป้อม คนส่วนใหญ่ที่เห็นตนจะหวาดกลัวและระแวงว่าจะเป็นอันตราย แต่ก็มีผู้ใจบุญบางคนให้เงินบ้าง 5 บาท 10 บาท ตนก็นำไปซื้อเหล้ากิน ต่อมา “เจ้าคุณเจือ” หรือ พระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม ได้สั่งให้แม่ชีในวัดช่วยดูแลหาที่หลับที่นอนและแบ่งปันอาหารให้ตนกิน แต่เนื่องจากในวัดมุมป้อมไม่มีห้องหรือที่พักว่าง แม่ชีจึงแนะนำให้ตนไปที่วัดบุญนารอบ ตนจึงเดินโซซัดโซเซมาเรื่อยๆ จนถึงวัดบุญนารอบ และเข้าซุกหัวนอนข้างศาลา ดื่มเหล้าเมามายอยู่ตรงนั้น 3 วัน 3 คืน
 
กระทั่ง “พระมหาบวร” หรือ พระครูปลัดบวร ปวรธัมโม เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ เรียกไปพบสอบถามเรื่องราวความเป็นมาพร้อมใช้หลักธรรมอบรมสั่งสอนตน ท่านยืนยันว่าท่านพร้อมที่จะให้โอกาสและช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย ตามที่พอจะช่วยเหลือได้ พร้อมสั่งกำชับแม่ครัวให้ช่วยดูแลจัดอาหารให้ตนด้วย ท่ามกลางความหวาดระแวงของแม่ครัว พระภิกษุ สามเณร และคนงานในวัด ที่พยายามจะท้วงติงเพราะเกรงว่าตนจะสร้างปัญหานำความเดือดร้อนมาให้กับพระมหาบวรและวัดบุญนารอบ


 
"หลวงพ่อทำให้ตนมีสติคิดได้ ตนจึงกราบพระพุทธรูปและพระมหาบวร พร้อมกล่าวประกาศว่า ตั้งใจจะหักดิบเลิกเหล้าและกลับมาประพฤติตัวใหม่ อุทิศตนช่วยเหลือสังคมและกิจการภายในวัดทุกอย่าง" จนมาถึงวันนี้กว่า 8 เดือนแล้ว ตนสามารถเลิกเหล้าได้เด็ดขาด

และตนทำทุกอย่างในการช่วยเหลืองานภายในวัดและนอกวัด โดยเฉพาะทางพระมหาบวร ได้มอบหมายให้ตน ดูแลพระภิกษุที่อาพาธเป็นอัมพฤกษ์ ตาบอด รวมทั้งฆราวาสป่วยอัมพาตติดเตียง ที่ทางวัดช่วยเหลือสงเคราะห์รับตัวมาดูแล ทั้งการเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัว ป้อนน้ำป้อนข้าว พาไปโรงพยาบาล นอกจากนี้เรื่องงานจัดสวน ตนจะนำกาบมะพร้าวมาทำปุ๋ยจำหน่ายเป็นรายได้ของพระเณร และใช้ปลูกพืชไม้ดอกไม้ประดับในสวนพฤกษาสวรรค์ของวัด เพื่อนำมาใช้ในงานบำเพ็ญกุศลศพอีกด้วย


 
หลังจากที่ตนได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น พระภิกษุ สามเณร ชาวบ้านจึงให้การยอมรับและเชื่อใจตน คิดว่าวันนี้ชีวิตตนกลับมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้อีกครั้งเพราะพระมหาบวรท่านให้โอกาส ทุกวันนี้ตนพยายามจะศึกษาเรียนรู้ในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เพื่อช่วยพัฒนาจิตใจได้อย่างแท้จริง หากไม่ได้รับโอกาสตนคงเป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือนเร่ร่อนอยู่ตามข้างถนนและอาจจะตายอย่างไร้ค่า ไม่แตกต่างไปจาก “หมาข้างถนน” ก็ได้
 
สำหรับอนาคตนั้น เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น "ยอด" ตั้งใจจะกลับบ้านไปกราบพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ จากนั้นถึงจะคิดหาหนทางในการดำเนินชีวิตใหม่ ซึ่งอาจจะต้องหันกลับมาเลี้ยงกุ้ง นำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง แต่ตอนนี้ขอตั้งใจช่วยเหลืองานวัดอย่างเต็มความสามารถก่อน..
 
คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ไพฑูรย์ อินทศิลา จ.นครศรีธรรมราช
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่  banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..   



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 123