อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

สภากทม.เร่งถกผลศึกษา 'คนกรุง'ลดใช้รถส่วนตัวแก้'ฝุ่นพิษ'ได้

คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ รายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ รวมทั้งมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ พุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.05 น.


เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 1 ประจำปี 63 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ในที่ประชุม นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการวิสามัญฯ ประกอบด้วย การปรับปรุง ทบทวน แผนยุทธ ศาสตร์และแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง รวมทั้งมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยคณะกรรมการวิสามัญฯมีข้อเสนอแนะหลายประการ

อาทิ กรุงเทพมหานคร(กทม.)ควรมีแผนและมาตรการควบคุมการเผาที่ทำให้เกิดมลพิษ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้เป็นแผนหลักในการแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพอากาศ รวมทั้งส่งเสริมให้มีพื้นที่สีเขียวแนวตั้งตามอาคารสูง ห้ามรถวิ่งเข้าพื้นที่ในช่วงสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะระบบรางและการสัญจรทางน้ำ สร้างทางเลือกในการเดินทาง ลดปัญหาจราจรติดขัด



ส่วนการแก้ปัญหานั้น คณะกรรมการวิสามัญฯ เห็นว่า ควรแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะสั้น ช่วงที่เกิดวิกฤติฝุ่น กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ต้องมีบทบาทสำคัญช่วยประชาสัมพันธ์กระตุ้นเตือนให้ประชาชนรับรู้ถึงปัญหาและอันตรายที่ได้รับ รวมทั้งควรติดตั้งเครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองในสถานที่ต่าง ๆ ช่วยแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งจัดทำรายงานค่าปริมาณฝุ่นแบบเรียลไทม์ต่อเนื่อง 2.ระยะกลาง กทม.ควรพิจารณาเรื่องการใช้พลังงานสะอาด ลดใช้พลังงานเชื้อเพลิง และ 3.ระยะยาว ควรสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงผลกระทบของปัญหา

ด้าน นายอภิรัตน์ ศิวพรพิทักษ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.เป็นพื้นที่สำคัญที่เกิดปัญหาเรื่องการจราจร โดยช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ส่งผลทำให้ประชาชนมีการเดินทางลดลง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าช่วงนั้นปริมาณค่าฝุ่นละอองในท้องถนนลดลงตามไปด้วย แต่หลังสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มคลี่คลาย ประชาชนเดินทางมากกันขึ้น ทำให้เริ่มมีปริมาณฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ซึ่งผลการศึกษาของคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ หากผู้บริหาร กทม. นำไปใช้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในอนาคตต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%