อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

แจงเดือดร้อน'ฝนตกหนัก-น้ำขัง'กทม. สร้างบ่อสูบน้ำขนาดใหญ่อุดพื้นที่ซ้ำซาก

จากเหตุฝนตกหนักช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จนเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง กทม.เร่งชี้แจงสาเหตุรวมทั้งแนวทางแก้ไขในอนาคต ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 11.40 น.


นายณรงค์ เรืองศรี ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม.พร้อมด้วย นายอนุชิต พิพิธกุล ผอ.เขตห้วยขวาง และคณะบริหารของสำนักการระบายน้ำ ชี้แจงสาเหตุ การแก้ไข และแนวทางการป้องกันสถานการณ์ฝนตกหนักและพบปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 23 ก.ย. เรดาร์ของสำนักการระบายน้ำได้ตรวจพบกลุ่มฝนก่อตัวขึ้นในพื้นที่โซนกรุงเทพเหนือ คือ เขตหลักสี่ จตุจักร บางซื่อ จากนั้นกลุ่มฝนได้เคลื่อนตัวเข้ามายังพื้นที่ชั้นกลางของกรุงเทพฯ โดยกลุ่มฝนมีลักษณะปานกลางถึงหนัก ก่อให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่เขตดินแดง เขตพญาไท และเขตห้วยขวาง และตรวจวัดพบปริมาณฝนสะสมสูงสุดที่เขตดินแดง 100.0 มม. เขตพญาไท 99.0 มม. และเขตห้วยขวาง 83.0 มม. ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังสูงในพื้นที่ดินแดงและห้วยขวาง และตามถนนสายหลักต่างๆรวม 11 จุด



ดังนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงมอบหมายและเร่งรัดให้สำนักการระบายน้ำ ดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่สู่อุโมงค์ระบายน้ำ และจุดที่ใช้ในการระบายน้ำหลัก อาทิ อุโมงค์มักกะสัน ช่วยเร่งระบายน้ำในพื้นที่เขตราชเทวี ดินแดง ห้วยขวาง, อุโมงค์บางซื่อ หรือบริเวณปากซอยสุทธิพร ถนนดินแดง ที่กทม.ได้ก่อสร้างบ่อเก็บน้ำใต้ดิน(water bank)ไว้ก็สามารถช่วยลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังบนผิวจราจรได้อย่างรวดเร็ว ส่วนตามตรอกซอกซอยต่างๆ ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังสูง สำนักการระบายน้ำก็เข้าไปดำเนินการร่วมกับทางสำนักงานเขต อาทิ ซอยพระราม 9 แยก 7 ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังสูง สำนักระบายน้ำจัดรถ Mobile Unit เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 2 คัน เข้าไปช่วยเร่งสูบน้ำออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม สำหรับ สถานการณ์ฝนที่ตกถือว่ามีปริมาณหนักมาก ภายใน 15 นาที มีปริมาณฝนสูงถึง 100 มม. ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งยังเกิดไฟดับที่บ่อสูบน้ำ 3 – 4 แห่ง ซึ่งพยายามแก้ไขด้วยการประสานการไฟฟ้านครหลวงเข้าแก้ไขทันทีจนเดินเครื่องสูบน้ำต่อได้

นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งการให้สำนักระบายน้ำและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมระบบท่อระบายน้ำ ขุดลอกคลอง เก็บวัชพืช รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการเร่งระบายทั้งสถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ส่วนจุดที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ประสานไปยังจุดที่มีการก่อสร้างให้ระมัดระวังไม่ให้มีเศษวัสดุตกหล่นลงไปกีดขวางทางระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ภาคประชาสังคมในการสอดส่องและร่วมมือไม่ให้เกิดปัญหาในการระบายน้ำ



แนวทางหลักคือเร่งระบายน้ำ และบริหารจัดการน้ำส่วนเกิน ไปพักรอในแก้มลิง เมื่อฝนหยุดจึงค่อยระบายน้ำออกลงสู่คลองตามขั้นต่อไป ดังนั้น หากสามารถมีแก้มลิงใกล้จุดที่ต้องทำการระบายน้ำเพิ่มขึ้น จะช่วยให้การบริหารจัดน้ำส่วนเกินมีความรวดเร็ว และลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังสูงบนผิวจราจรได้ พร้อมแจ้งประชาชนหรือภาคเอกชนขอความร่วมมือหากมีพื้นที่ใช้ทำเป็นแก้มลิง เพื่อบริหารจัดการน้ำส่วนเกินสามารถติดต่อเข้ามาได้

สำหรับภาพสถานการณ์น้ำท่วมหนักในซอยพระราม 9 แยก 7(ทวีมิตร, อสมท.) ในวันที่ 23ก.ย. ท่วมขังสูงเกิน 50 ซม.นั้น นายอนุชิต พิพิธกุล ผอ.เขตห้วยขวาง ชี้แจงว่า เนื่องจากซอยดังกล่าวเป็น ถนนส่วนบุคคล พื้นที่มีลักษณะที่ต่ำกว่าถนนพระราม 9 โดยเฉพาะบริเวณกลางซอย ที่มีระดับต่ำกว่าถนนถึง 90 ซม.เป็นจุดที่มีปัญหาหนักสุด การแก้ปัญหาเร่งด่วนเร่งสูบน้ำลงลำรางสาธารณะและบ่อสูบน้ำที่อยู่ปากซอยก็ดึงน้ำลอดใต้ถนนพระราม 9 ไปออกสถานีสูบน้ำคลองชวดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อระบายลงคลองสามเสน สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเวลา 02:00 น.ของเช้าวันที่ 24ก.ย.



ส่วนแนวทางแก้ไขหลังจากนี้ สำนักการระบายน้ำได้ ได้ดำเนินการ ก่อสร้างบ่อสูบน้ำ บริเวณปากซอยให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสองสัปดาห์ ทำให้ดึงน้ำลงคลองได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ กรณีน้ำท่วมขังสูงในซอยแห่งนี้เป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมายาวนาน ที่ผ่านมาสำนักงานเขตดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจากับนิติบุคคลและเจ้าของพื้นที่มาโดยตลอด เพื่อให้ยกพื้นที่ถนนเส้นดังกล่าวให้เป็นของรัฐจะได้นำงบประมาณลงไปแก้ไข แต่นิติบุคคลดังกล่าวระบุว่ายังติดปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่สามารถยกพื้นที่ให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์ได้ ดังนั้น กทม.จึงไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวรและทำได้เพียงแก้ไขปัญหาเฉพาะเวลามีฝนตกในพื้นที่ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน(หน่วยเบสท์) ออกประจำสถานีสูบน้ำเพื่อเดินเครื่อง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ดำเนินการเก็บขยะหน้าตะแกรงและกวาดน้ำ เพื่อช่วยให้น้ำไหลเร็วขึ้น ซึ่งการดำเนินการนี้สำนักงานเขตห้วยขวางได้ดำเนินการในทุกพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมของเขตที่มีอยู่ 7จุดด้วย

ด้านประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรในซอยพระราม 9 แยก 7 ระบุว่า ปัญหาลักษณะนี้เกิดมานานมากแล้ว ทุกครั้งที่ฝนตกมักจะเกิดน้ำท่วมขังสูงเป็นปัญหาในการเดินทางมาก แม้ทางกทม.จะนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งไว้บริเวณปากซอย แต่ถ้าไม่มีการแก้ไขในเรื่องของระบบท่อระบายน้ำภายในซอย เชื่อว่าในอนาคตก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม หากมีการยินยอมให้ กทม.เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา คาดว่าจะทำให้ผู้ที่ใช้เส้นทางในซอยนี้ หรือผู้ที่อาศัยในซอยนี้ ไม่ต้องกังวลกับการลุยน้ำเข้า-ออกซอยดังกล่าว นอกจากนี้ในซอยยังคงมีปัญหาการจราจรติดขัดด้วย เพราะมีรถยนต์จอดทั้ง 2 ฝั่งและมีการขายของริมถนน



ทั้งนี้ จากพยากรณ์อากาศ พบว่าในช่วงระยะ1-2 วันนี้ ยังคงมีร่องมรสุมพาดผ่าน จึงอาจทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯได้ กทม.จึงได้เตรียมการป้องกันและเฝ้าระวัง ด้วยการเร่งพร่องน้ำในคลองให้มีระดับต่ำ และเร่งกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางไหลของน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะตกลงมา.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 76