อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

ประหยัดไฟ เพื่อเรา เพื่อโลก

ทุกคนเคยสงสัยไหมว่า ถึงหน้าร้อนเมื่อไหร่ ค่าไฟพุ่งกระฉูดทุกที ทั้งๆ ที่ก็พยายามลดการใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านแล้ว ทำไมนะทำไมถึงมีแต่จะพุ่งเอา พุ่งเอา อังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 09.00 น.


วันนี้จึงขอมาแนะนำ 5 วิธีง่ายๆ นำไปปรับใช้ได้จริงที่จะทำให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้า ช่วยโลกให้ได้พักผ่อน และยังคงสามารถใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวได้อย่างมีความสุข มีดังต่อไปนี้

1. การปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ อย่างที่ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่าควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรากำลังรู้สึกสบาย แต่รู้หรือไม่ว่าหากตั้งอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอีก 1 องศาเซลเซียส จะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง 5-10% เชียวนะ หากต้องการความสบายเท่าเดิมสามารถเปิดพัดลมซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเร็วลมภายในห้อง ทำให้สามารถตั้งอุณหภูมิได้ถึง 28-30 องศาเซลเซียส โดยที่อากาศยังเย็นสบายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นนั่นเอง

2. การดูแลและบำรุงเครื่องปรับอากาศ ช่วงอากาศร้อนๆ เราคงจะอดใจไม่เปิดเครื่องปรับอากาศไม่ได้ แต่ก็อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น และแผงระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 6 เดือน และควรล้างทำความสะอาดแผงทำความเย็นอย่างน้อยทุก 1 ปี เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระการทำงานได้อย่างมากแล้ว ยังส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย ปรบมือรัวๆ

3. การปิดผ้าม่าน จะช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวคนโดยตรงได้ และยังช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกมาสู่ตัวคน ยิ่งไปกว่านั้นผ้าม่านยังช่วยสะท้อนความร้อนให้กลับออกไปภายนอกได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีผ้าม่านชนิดกันความร้อน กันแสงให้เลือกหลากหลาย เช่น ผ้า Polyester ที่นิยมนำมาทำเป็นม่านกันแสงคู่กับหน้าต่างกระจกที่สุด เพราะต้านทานแสงแดดได้ดี ไม่เก็บความร้อน อายุการใช้งานนาน และทำความสะอาดง่าย ซึ่งทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศต่ำกว่าปกติ



4. การปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เกินกว่า 15 นาที ควรทำการปิดจอภาพหรือจอคอมพิวเตอร์ (Monitor) เช่น ช่วงพักกลางวัน หรือหากทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อเนื่องเกิน 30 นาทีขึ้นไป ขอแนะนำให้ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การตั้งค่าพักหน้าจอเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน หรือตั้งเป็น Sleep Mode ก็สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้แต่ก็ยังกินไฟมากถึง 60% ทางที่ดีอาจใช้การปิดหน้าจอร่วมด้วยทุกครั้ง เมื่อจะใช้งานต่อ เพียงเปิดสวิตช์ที่จอภาพก็สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อได้ทันที อย่าลืมปรับแสงหน้าจอให้ไม่สว่างจนกินไป และหลังจากเลิกใช้งานควรปิดและถอดปลั๊กให้เรียบร้อยด้วยนะ

5. เลือกใช้หลอดไฟ LED หลายคนอาจสงสัยว่าเอ๊ะ ไม่ใช่หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์หรอกเหรอที่ดีกว่า ประหยัดไฟกว่า?! หลอดไฟ LED นั้นอันที่จริงแล้วใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์มาก อีกทั้งหากลองนำหลอด T8 แบบฟลูลออเรสเซนต์ กับหลอด T8 LED มาเปรียบเทียบกัน จะพบว่าแบบ LED ประหยัดไฟกว่าถึง 50% อีกทั้งแบบฟลูออเรสเซนต์ มักจะมีปัญหาหลอดขาด ขั้วดำ ในทางกลับกันหลอดไฟ LED จะไม่พบปัญหาเหล่านี้ หากพูดถึงความทนทานในการใช้งาน แบบ LED สามารถใช้ได้นานถึง 4-5 ปีเลยทีเดียว

ที่สำคัญที่สุดหลอด LED ไม่มีสารเคมีที่เคลือบอยู่ภายในตัวหลอดไฟเหมือนอย่างหลอดฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งนอกจากจะให้ความสว่างมากกว่าแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ขอมอบมงในความรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเจ้าหลอดไฟ LED สุดปังนี้

ก็ได้ทราบกันไปแล้วว่าวิธีการประหยัดไฟง่ายๆ ในบ้านนั้นมีอะไรบ้าง แต่เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า ในโลกของเรามีการจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกลดการใช้ไฟฟ้า โดยการปิดไฟเป็นเวลา 60 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อให้โลกได้พักผ่อน หรือที่เรียกว่า “โครงการ 60+ EARTH HOUR” สำหรับปี 2564 กิจกรรมได้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ในช่วงเวลา 20.30 – 21.30 น. โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 2.2 ล้านคน และผู้ประกอบการอีกกว่า 2,000 ราย ทำให้สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 2,482 เมกะวัตต์ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกกว่า 1,219 ตัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากถึง 10.15 ล้านบาท รวมทั้งลดปริมาณการใช้พลังงานได้มากถึง 10.2% ซึ่งเทียบได้กับปริมาณรถยนต์บนท้องถนนที่จะลดลงไปถึง 48,000 คันต่อปีเลยทีเดียว

เช่นเดียวกันกับกลุ่ม ปตท. ที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังความร่วมมือรณรงค์ ปิดไฟ 1 ชั่วโมงในครั้งนี้ด้วย ซึ่งสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าไปได้ถึง 29.4 เมกะวัตต์ คิดเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงได้ 8.4 ตัน เมื่อเทียบกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้า

สำหรับใครที่พลาดกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ไป ก็ไม่เป็นไร เพราะกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ถ้าเช่นนั้นปีหน้าเรามาตั้งหน้าตั้งตารอและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดค่าไฟ และแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืนต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราจะบอกลาบิลค่าไฟแพงในช่วงหน้าร้อน หันมาตระหนักและกระตุ้นจิตสำนึก ใส่ใจในการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ธรรมชาติอยู่คู่กับเราไปอีกนานแสนนาน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น