อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ไฟไหม้บ้านพักคนงานอู่รถเมล์สาย17 คลอกยกครัว3ศพ

เกิดเหตุสลดเพลิงไหม้บ้านพักคนงานอู่รถเมล์สาย 17 ย่านบางแค ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ตา-ยาย-หลานวัย 8 เดือน คาดเกิดจากสายไฟฟ้าช็อตเนื่องจากสายไฟเก่า พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.15 น.

เมื่อเวลา 03.20 น. วันที่ 21 พ.ย. ร.ต.ท.เอกชัย อินนิมิตร รอง สว.(สอบสวน) สน. เพชรเกษม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักภายในอู่รถประจำทาง เลขที่ 85/1 ภายในซอยบางแค 6 ถนนบางแค แขวงบางแค เขตบางแค จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในอู่รถประจำทางร่วมบริการสาย 17 ของบริษัทพรดำรงขนส่ง จำกัด  วิ่งระหว่าง บางแค-วัดสิงห์ ซึ่งต้นเพลิงเกิดมาจากบ้านพักคนงานลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน แบ่งเป็นชั้นล่าง 4 ห้อง ชั้นบนอีก 4 ห้อง รวมเป็น 8 ห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเร่งระดมน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบมีผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องที่ 3 ชั้นล่าง จำนวน 3 ราย ทราบชื่อต่อมา ประกอบด้วย นายวิชา เกิดแก่น อายุ 60 ปี น.ส.บุญมา ไทยประเสริฐ อายุ 45 ปี และ ด.ช.พีรวุฒิ แสงแก้ว อายุ 8 เดือน สภาพศพถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ก่อนจะส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ศิริราช



สอบสวน นายกุลประวัติ ยิ่งสกุล เจ้าของอู่รถประจำทาง ทราบว่า  บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นปูน ชั้นที่ 2 เป็นไม้ แบ่งให้พนักงานพัก 8 ห้อง โดยเท่าที่สอบถามจากคนงานพบว่า เพลิงเริ่มลุกไหม้จากจากห้องที่ 3 ชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องของผู้เสียชีวิต โดยห้องดังกล่าวจะพักอาศัยด้วยกันทั้งหมด 3 คน คือนายวิชา ที่เป็นพนักงานขับรถ ส่วน น.ส.บุญมา ซึ่งเป็นภรรยาจะอยู่ห้องเลี้ยง ด.ช.พีรวุฒิ ซึ่งเป็นหลานวัย 8 เดือน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุของเพลิงไหม้น่าจะมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องต้นเพลิงช็อต เพราะโดยกิจวัตรของ น.ส.บุญมา จะตื่นมาหุงข้าวทำอาหารให้สามีตอนประมาณตี 2 ตี 3 ทุกวัน ประกอบกับสายไฟของบ้านพักงานหลังนี้เก่ามาก อาจทำการเกิดการลัดวงจร จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ก็เป็นได้ ซึ่งก็ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดของกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) อีกครั้ง




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 22