อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

จากลูกความกลายเป็นมือปืนนัดทนายหนุ่มมายิงทิ้งคารถ!

เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงทนายหนุ่มเสียชีวิตคารถ ริมถนนสายร่องเสือเต้น-แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย สอบปากคำเพื่อนที่นั่งมาในรถด้วยกัน ระบุผู้ตายเกรงใจเลื่อนนัดลูกความมาแล้ว 3 รอบ เลยตกลงมาเจอกันริมถนน แต่พอมาถึงกลับมีมือปืน ทำทีมาถามชื่อก่อนยิงใส่ระยะเผาขนถึงแก่ชีวิต จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 06.00 น.


เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ร.ต.อ.นนทกร ศาลาคราม รอง สว.(สอบสวน) สภ.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เปิดเผยว่าช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงราย แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หน่วยกู้ภัยสยามรวมใจ ร่วมกันตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิต บริเวณริมถนนสายร่องเสือเต้น-แม่ยาว เขตบ้านน้ำลัด หมู่ 3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ฮอนด้าแอคคอร์ท สีดำ ทะเบียน กย 7474 เชียงราย จอดติดเครื่องเปิดไฟหน้าและไฟขอทางอยู่ริมถนน บริเวณกระจกประตูด้านคนขับเปิดอยู่ ที่เบาะนั่งตรงคนขับพบศพ นายอนุชิต อาจอ อายุ 32 ปี ชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ลำคอด้านขวา กระสุนฝังในเสียชีวิต จึงนำศพส่งตรวจพิสูจน์อย่างระเอียดที่แผนกนิติเวช



จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมุติ) เพื่อนรุ่นน้องที่นั่งมาพร้อมกับผู้ตายให้การว่า ตนและนายอนุชิตมีอาชีพเป็นทนายความทำงานร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุได้มีชายไม่ทราบชื่อโทรศัพท์มาหานายอนุชิต เพื่อนัดคุยกันเรื่องคดีความ หลังจากเคยเลื่อนนัดมาแล้วถึง 3 ครั้ง จนนายอนุชิตบอกกับตนว่าลูกความนัดให้มาเจอตรงจุดเกิดเหตุตนจึงนั่งรถมาด้วย พอมาถึงได้จอดรถติดเครื่องเปิดไฟขอทางเอาไว้

ต่อมา มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบขับขี่ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ไม่ทราบสียี่ห้อมาจอดเทียบข้างกระจกคนขับ พร้อมกับถามว่า "...ใช่นายอนุชิตหรือเปล่า..." พอผู้ตายลดกระจกลงตอบว่า "ใช่..."คนร้ายก็ชักอาวุธปืนยิงใส่ทันที 1 นัด จากนั้นจึงเร่งเครื่องหลบหนีไป ด้วยความตกใจตนวิ่งออกจากรถไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยแจ้งตำรวจทันที ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบเพราะผู้ตายไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมาก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำพยาน พร้อมกับตรวจหากล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ รวมทั้งนำกล้องหน้ารถยนต์คันเกิดเหตุไปเปิดดู เพื่อหาร่องรอยและเบาะแสของคนร้ายรายนี้ต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 167