อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

แจ้งจับพ่อเลี้่ยงซาดิสต์! ไฟแช็กลนอวัยวะเพศด.ญ.5ขวบ

พ่อแท้ ๆ ช็อก! จู่ ๆ ลูกสาว 5 ขวบ ต้นขาและอวัยวะเพศเป็นแผลพุพอง เค้นถามจนยอมบอก ถูกพ่อเลี้ยงวัย 17 ปี จับเอาไฟแช็กลนจนเกิดแผล ต้องทนปวดแสบปวดร้อนทั้งรอยเก่ารอยใหม่ สาเหตุเพียงเพราะไม่พอใจที่ฉี่รดที่นอน โร่แจ้งปวีณาช่วยเหลือ ขอให้ตร.จับทันควัน พุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.10 น.


เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หมู่ 2 ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 7), ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี พาน้องเมย์ (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 5 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยติดตามคดี กรณีน้องเมย์ถูกนายต้น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พ่อเลี้ยง ใช้ไฟแช็คลนที่บริเวณขาและอวัยวะเพศจนผิวหนังพุพองเป็นแผลหลายแห่ง แถมข่มขู่ห้ามบอกว่าใครทำ ขณะที่แม่ของคือ นางแหม่ม (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อ้างว่า ลูกสาวซุกซนนั่งทับยาจุดกันยุงเอง และแถมยังบอกกับลูกสาวว่าอย่าไปใส่ร้ายพ่อเลี้ยง

โดย นายเอก กล่าวว่า ตนแยกทางกับนางแหม่ม มาประมาณปีเศษ มีการตกลงกันว่าจะช่วยกันเลี้ยงดูลูกสาว โดยในวันจันทร์-ศุกร์ ลูกจะอยู่กับแม่ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกจะอยู่กับพ่อ ต่อมานางแหม่มก็มีสามีใหม่ คือ นายเอก อายุ 17 ปี อยู่กินกันที่บ้านนางแหม่มที่ จ.สุพรรณบุรี จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ตนไปรับลูกมาอยู่ด้วยปรากฏว่าลูกสาวมีอาการผิดปกติ ซึมเศร้าไม่ร่าเริง ผิวหนังต้นขาหลังสองข้าง และอวัยวะเพศมีบาดแผลพุพองจากการถูกไฟลน ทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ 



พอถามลูก กลับไม่ยอมบอกว่าไปโดนอะไรมา ตนจึงคิดว่าลูกอาจจะเล่นซนก็เป็นไป จากนั้นก็พาน้องเมย์ไปส่งคืนกับแม่ ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย. ตนไปรับน้องเมย์มาดูแลอีกครั้ง ปรากฏว่ารอยเดิมที่เป็นแผลใกล้อวัยวะเพศยังไม่หายและมีแผลใหม่เกิดขึ้นเพิ่มอีก นางแหม่มบอกว่าน้องเมย์อาจจะซุกซนไปนั่งทับยาจุดกันยุงจนเป็นแผล แต่ตนคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ 

ตนได้ใช้เวลาถามลูกอยู่นาน กว่าลูกจะยอมบอกว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของ นายเอก พ่อเลี้ยง โดยช่วงที่แม่ไม่อยู่แล้วน้องเมย์อยู่กับนายเอกเพียงลำพังสองต่อสอง นายเอกจะเอาไฟแช็คมาลนต้นขาและอวัยวะเพศ เพราะโมโหที่น้องเมย์ปัสสาวะรดที่นอน ระหว่างถูกกระทำรู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่ต้องอดทน เพราะนายเอกข่มขู่ห้ามบอกใคร หลังทราบเรื่องตนไม่พาน้องเมย์ไปส่งให้แม่อีกเลย ทั้งยังได้พาลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบสหวิชาชีพ จากนั้นก็มาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรมให้ตนและลูกสาวด้วย



ทั้งนี้นายเอก ได้ร้องทุกข์มาเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ ขอให้พนักงานสอบสวนจัดสอบวิชาชีพน้องเมย์ และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ซึ่งพ.ต.อ.ภัคภณ ได้สั่งการพนักงานสอบสวนประสานนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และอัยการ ร่วมสอบสหวิชาชีพเด็ก ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานผลตรวจร่างกายเพื่อขอเรียกและหมายจับ

พร้อมกันนี้นางปวีณายังได้ประสานนางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าช่วยเหลือในด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก และให้พ่อเด็กฟ้องร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขอปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ และบ้านพักเด็กฯ สุพรรณบุรีจะติดตามการช่วยเหลือต่อไป

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ ได้รายงานมายัง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่า นายต้น (นามสมมุติ) พ่อเลี้ยงวัยโจ๋ อายุ 17 ปี พร้อมผู้ปกครองได้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างซักถามและเตรียมสอบสหวิชาชีพเพื่อรอแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ช่วงนี้เด็กเล็กๆ ตั้งแต่ 3 ขวบ ถึง 6 ขวบ จะถูกกระทำโดยคนรู้จัก คนใกล้บ้าน และคนใกล้ชิด จึงขอเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครอง อย่าได้ไว้วางใจคนใกล้ชิดแม้แต่เพื่อนสนิทคุ้นเคยกันก็ตาม อย่าปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว หรือฝากไว้กับใครตามลำพัง ควรมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ดูแลอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นเด็กอาจจะตกเป็นเหยื่อของภัยสังคมโดยไม่คาดคิด.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%