อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

"ผกก.ทท."ยื่นศาลยันไม่ไกล่เกลี่ย ฟ้องกลับ"บิ๊กโจ๊ก"

"พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์" ผกก.ตำรวจท่องเที่ยว ยื่นศาล ยันไม่ไกล่เกลี่ย คดีฟ้องกลับ "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องเท็จ-เบิกความเท็จ กล่าวหาพาจำเลยหนีไปลาว พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.17 น.


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ กัญจน์ชัยกิจ ผกก.1 บก.ทท.2 ได้เดินทางมา เพื่อยื่นคำร้องขอยกเลิกการไกล่เกลี่ย คดีหมายเลขดำ อ.2699/2562 ที่ตนเองเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในความผิดฐานฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จ ซึ่งศาลประทับรับฟ้องคดีและตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ก่อนขั้นตอนสืบพยานโจทก์-จำเลย โดยในมีมวลชนจำนวนหนึ่งมามอบดอกไม้ให้กำลังใจด้วย ก่อนพ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ จะไปยื่นคำร้องกับเจ้าหน้าที่กลุ่มงานรับคำร้องของศาลอาญา

จากนั้น พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้ ปรากฏว่าศาลกำหนดให้ไกล่เกลี่ยกัน วันที่ 4 ส.ค.นี้ แต่ตนเองไม่ได้ประสงค์ที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จำเลยใดๆ ทั้งสิ้น เพราะว่า ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2555 ตนเองซึ่งมีครอบครัวอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ โดนโยกย้ายไปอยู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความไม่สมัครใจ นานเกือบ 5 ปีได้รับความเดือดร้อนและทุกข์แสนสาหัส จากการโดนฟ้องร้องเป็นคดีอาญาหลายคดี ทั้งที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ฟ้องเองและให้ลูกน้องเป็นคนฟ้อง รวมทั้งการแจ้งความดำเนินคดีและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย นอกจากนี้ตนยังต้องห่างจากครอบครัว ลูก และภรรยา

ส่วนประเด็นของความขัดแย้งระหว่างตนเองกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นั้นเริ่มจากประชาชนร้องเรียนเรื่องส่วยคาราโอเกะในพื้นที่ จ.นครพนม ยุคที่ พล.ต.ท.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น ผบ.ตร.และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2554 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงได้ฟ้อง พล.ต.อ.วิเชียร กับลูกน้อง 11 คน รวมทั้งตนเองด้วย แต่สุดท้ายก็ต่อสู้คดีจนยุติเสร็จสิ้นทุกคดี แต่ก็ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนอย่างมากจากการถูกโยกย้ายไปอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้



เมื่อถามว่า ตอนนี้มีคดีความที่ทั้งสองฝ่ายฟ้องร้องกันอีกจำนวนกี่คดี พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ กล่าวว่า มีคดีนี้ที่ตนเองยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นจำเลย จำนวน 1 คดี  เพราะว่าเป็นการฟ้องกลับคดีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ฟ้องตนเป็นจำเลย เมื่อปี 2554 แล้วศาลพิจารณายกฟ้อง จากนั้นจึงได้ตรวจพยานหลักฐานต่างๆ ในสำนวนคดีพบว่า มีข้อความเท็จและเบิกความเท็จ จึงนำรายละเอียดดังกล่าวมายื่นฟ้องกลับต่อศาลอาญาขั้นตอนอยู่ระหว่างกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ตนยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุดเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม เพื่อความถูกต้องของสังคม และอยากให้ศาลพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย อย่างไรก็แม้คดีนี้จะจบลงแล้วตนจะยื่นถวายฎีกาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.2699/2562 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะฟ้อง พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ โจทก์เป็นตำรวจ ตำแหน่งผู้กำกับ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.จชต.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2554 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จำเลยกระทำผิดอาญา โดยเจตนานำคดีอาญามาฟ้องโจทก์อันเป็นเท็จต่อศาลอาญา ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกัน สมคบกัน สั่งการ ก่อใช้ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีกล่าวหาโจทก์ว่าพา นายเขตสยาม เนาวรังสี เจ้าของร้านคาราโอเกะ ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม หลบหนีคดีไปยังประเทศลาว โดยมีการพูดจาทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีในชั้นไต่สวนมูลฟ้องต่อศาลอาญา ตามคำให้การพยานของจำเลย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 49