อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ลือเด้ง'อธ.ราชทัณฑ์-ผบ.คุกเชียงใหม่' เซ่นโควิดระบาด

ลือหึ่ง!! ย้ายอธิบดีราชทัณฑ์-ผบ.เชียงใหม่ เซ่นพิษโควิด ด้านกรมราชทัณฑ์ เผยคุก 15 แห่งติดเชื้อโควิดแล้ว เฝ้าระวัง 8 เรือนจำในกทม. ด้าน “วีระกิตติ์” แจงจำนวนตัวโทษเข้าใหม่-ไปศาล เลี่ยงเสี่ยงติดเชื้อ  จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.40 น.


เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และน.ส.โศรยา ฤทธิอร่าม ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง แถลงข่าวผ่านออนไลน์ Live สด เพจประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ

นายอายุตม์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ใช้นโยบายบับเบิล แอนด์ซีล หรือ คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า เพื่อสกัดกั้นไม่เกิดสภาวะการติดเชื้อ ซึ่งการตรวจหาเชื้อเชิงรุกแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ในเรือนจำทำให้พบผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดด โดยมีเรือนจำ 15 แห่งที่ตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อ ส่วนเรือนจำที่เหลืออีก 100 กว่าแห่ง รวมทั้งเรือนจำในเขตกรุงเทพฯ 8 แห่ง ได้สั่งให้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่พร้อมทั้งกำชับให้ผู้บัญชาการเรือนจำต่างๆ ดำเนินการบริหารอย่างรวดเร็ว



ทั้งการตรวจโรคและการป้องกัน โดยต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธีสวอบทุกๆ 7 วัน จนกว่าจะไม่พบเชื้อ โดยเฉพาะเรือนจำที่ยังไม่พบผู้ติดชื้อหากพบผู้ต้องขังที่มีอาการน้ำมูกไหลและหายใจติดขัด แยกออกมาตรวจหาเชื้อทันที และให้ประสานสาธารณสุขจังหวัดมาตรวจเชิงรุก 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อพบผู้ต้องขังติดเชื้อต้องเร่งให้ยาและอย่างดีจนกว่าจะหาย สำหรับวัคซีนได้ดำเนินการฉีดให้เจ้าหน้าที่แล้ว 1.2 หมื่นคน และได้ขอสนับสนุนจากกรมควบคุมโรคฉีดให้ผู้ต้องขังให้ครบทุกคน  

นายวีระกิตติ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้ตั้งรับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ทำให้การระบาดรอบแรกมีผู้ต้องขังติดเชื้อจำนวนน้อย แต่ตัวเลขปัจจุบันที่พบผู้ติดเชื้อสูงจากการตรวจเชิงรุก 100 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องกับการพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีผู้ติดเชื้อ 1,960 คน เรือนจำพิเศษธนบุรี มีผู้ติดเชื้อ 1,725 คน และทัณฑสถานหญิงกลาง มีผู้ติดเชื้อ 1,039 คน ซึ่งช่วงที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มหลัก 10 ก็ได้พยากรณ์ล่วงหน้าและตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับไว้แล้ว 



พร้อมทั้งปรับแนวทางกักโรคจาก 14 วัน เป็น 21 วัน เนื่องจากช่วงหลังพบว่าผู้ต้องขังหลายคนตรวจเจอเชื้อในการตรวจรอบที่ 3 เพราะการฝักตัวของเชื้อนานขึ้น แต่สภาวะภายในเรือนจำมีข้อจำกัด ประกอบกับเรือนจำบางแห่งเป็นเรือนจำที่รับผู้ต้องขังใหม่ เช่น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรือนจำพิเศษธนบุรี จึงยากที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการติดเชื้อของผู้ต้องขังใหม่ แม้จะมีการคัดกรองโรคตั้งแต่รับเรือนจำวันแรก อีกทั้งผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งต้องออกไปศาลซ้ำก็ต้องมีการกักตัวตรวจโรคใหม่ 

รวมถึงมีการย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำในพื้นที่เสี่ยง เช่น การระบาดในพื้นที่บางแค ทำให้เกิดภาวะจำนวนต่อเนื่องดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ใช้ศักยภาพเต็มความสามารถ โดยตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ (ศกค.รท) และใช้วิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในการไต่สวนแทนการออกไปศาล ซึ่งผู้บริหารศาลได้แจ้งว่าหากมีความเสี่ยงในการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในการใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็เลื่อนการไต่สวนออกไปได้  

ด้าน น.ส.โศรยา กล่าวว่า ทัณฑสถานหญิงกลางมีจำนวนผู้ต้องขัง 4,400 คน ได้ทำการสวอบเชื้อ 100 เปอร์เซ็นต์ พบว่าผลเป็นบวก 1,039 คน ซึ่งได้แยกรักษาในโรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว ส่วนที่เหลือประมาณ 3,400 คน ผลตรวจหาเชื้อเป็นลบ และได้มีการสวอบตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 145 คน ทั้งหมดอยู่ในแดนเด็ดขาดและได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามแล้วเช่นกัน ซึ่งทัณฑสถานฯ ได้หยุดการทำกิจกรรมทุกอย่างเพื่อให้ผู้ต้องขังอยู่กับที่ 



ส่วนกรณีของ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ทางทัณฑสถานได้รับตัวเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ได้ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง คือวันที่ 10 มี.ค. และวันที่ 23 มี.ค. ก่อนอนุญาตให้ออกจากห้องกักโรคไปใช้ชีวิตร่วมอยู่กับผู้ต้องขังปกติในแดนแรกรับ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. จนกระทั่งวันที่ 6 พ.ค.ได้มีการเบิกตัว น.ส.ปนัสยา ไปขึ้นศาลและปล่อยตัวในวันเดียวกันเวลา 18.00 น. โดยแดนผู้ต้องขังเข้าใหม่ที่น.ส.ปนัสยาอยู่นั้นได้ทำการสวอบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้ง 2 ครั้งผลตรวจผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับ น.ส.ปนัสยา ทั้งในช่วงกลางวันและห้องนอนไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ไปศาลอาญากับ น.ส.ปนัสยา ก็ได้มีการทำการตรวจหาเชื้อครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ไม่พบเชื้อเช่นกัน ทั้งนี้ ขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของผู้ต้องขังหญิงคลี่คลายแล้ว แต่ยังดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด และสวอบทุก 7 วันจนกว่าแน่ใจว่าไม่พบเชื้อ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากสถานการณ์ตัวเลขผู้ต้องขังติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้ในกระทรวงยุติธรรมมีการพูดคุยถึงสถานการณ์ของกรมราชทัณฑ์ โดยมีการหารือไปถึงการย้าย ผบ.เรือนจำกลางเชียงใหม่ และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น