อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

ไหว้สวยๆ!แก๊งโจ๋สำนึก-ตื้บลุงตัดผม มีบางคนติดโควิด

วงจรปิดจับภาพชัดเจน รวมกลุ่มมั่วสุม ลงมือทำร้ายช่างตัดผมวัย 51 ปี แถมทำลายกล้องวัด ภายหลังโลกออนไลน์แชร์ว่อนจนรู้ตัว สุดท้ายพ่อแม่ต้องพาขึ้นโรงพักหาตำรวจรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษผู้เสียหาย ด้านช่างตัดผมยอมให้อภัย เพราะรู้จักพ่อแม่เด็กทุกคน ชี้เคยตัดผมให้ตั้งแต่เรียนอนุบาล เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 13.18 น.


จากกรณี เพจเจ๊ม้อย v plus ได้ลงคลิปกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายคนแก่ในวัด ระบุข้อความว่า "...#ทำร้ายลุง เตะเข้ายอดหน้าจนสลบ แกสติสตังค์ไม่ค่อยดี แถมยังเมา ลุงก็ยกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่ก็ยังเข้าไปทำร้าย คนที่รุมก็ใช่ย่อย มีบางคนที่ห้ามแต่เสื้อแดงก็ยังใส่ไม่ยั้ง ไปทำลายกล้องวัดเพื่อลบหลักฐานไปอีก #คลิปในเม้นท์ คิดยังไงกับวัยรุ่นกลุ่มนี้ทำร้ายคนแก่ (รูดทรัพย์ด้วยมั้ยอ่ะ) ทำลายกล้องของวัด เหตุเกิดขึ้นเมื่อคืนครับ ณ วัดเขมาภิรตารามวัดพระอารามหลวง จ.นนทบุรี เขตวัดไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนี้..."



เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่สภ.เมืองนนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายไสว อายุ 51 ปี ที่ศาลาท่าน้ำวัดเขมาภิรตาราม ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี ได้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 4 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี, นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี, นายซี อายุ 17 ปี และ นายนพพร หรือ อาม อายุ 20 ปี ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ ส่วน ด.ช.บอล (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ผู้ก่อเหตุอีกราย แจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 กำลังรักษาตัวอยู่กับครอบครัวในโรงพยาบาล ไม่สามารถเดินทางมาได้ หากรักษาหายจะเรียกตัวมารับทราบข้อหาต่อไป สำหรับวัยรุ่นอีก 5 รายที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งไม่ก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหาย ได้ถูกสอบปากคำและกันไว้เป็นพยานเท่านั้น



ต่อมา นายไสว ผู้เสียหาย เดินทางมาที่โรงพัก โดยกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุพร้อมผู้ปกครอง ได้นำพวงมาลัยมากราบขอขมา ใช้สถานที่โต๊ะหินเจ้าแม่ต้นไทรที่นับถือของตำรวจและประชาชนหน้าโรงพักทำพิธีขอขมา ซึ่งนายไสว ได้กล่าวให้อภัยกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ และพูดเตือนอย่าไปทำกับใครอีก ตนเปิดร้านตัดผมมาตั้งแต่ปี 36 ตัดผมให้เด็กพวกนี้ตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล รู้จักพ่อ แม่ เด็กพวกนี้ดี แต่เรื่องคดี ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินตามกฎหมายต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 13