อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

ภารโรงคลั่งปังตอฟันลูกสาว4ขวบดับ 'แม่-เมีย'เจ็บสาหัส 

ภารโรงโรงเรียน เมืองกาญจนบุรี ป่วยจิตคลั่ง ปังตอฟันลูกสาววัย 4 ขวบดับ แม่-เมีย เจ็บสาหัส ลูกสาวคนโต-น้องเมีย หนีรอดหวุดหวิด คาดยาตัวใหม่ทำอาการทางจิตกำเริบ เสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 เวลา 21.45 น.

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ยุทธนา รบนิกร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุชายคลั่งใช้มีดปังตอทำร้ายคนในครอบครัวบาดเจ็บหลายราย ภายในบ้านพักโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบ นายธีรพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี นักการภารโรงของโรงเรียน อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งพูดอยู่คนเดียว เดินไปมาให้การวกไปวนมาพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงเข้าจับกุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก

ตรวจสอบภายในบ้านพักภารโรง พบผู้บาดเจ็บ 3 รายเป็ครอบครัวของ นายธีรพงศ์ ประกอบด้วย แม่วัย 58 ปี ภรรยาอายุ 30 ปี และ ลูกสาววัย 4 ขวบ โดยทั้ง 3 บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รีบนำตัวทั้ง 3 ราย ส่ง รพ.เลาขวัญ แต่ ลูกสาวทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนภรรยา อยู่ในอาการโคม่า โดนฟันที่คอและนิ้วมือขาด 4 นิ้ว ถูกส่งไปรักษาต่อที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา ตรวจสอบบริเวณหลังบ้านพบมีดปังตอเปื้อนเลือดตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ในที่เกิดเหตุยังพบน้องเมียและลูกสาวคนโตของ นายธีรพงศ์ อยู่ในอาการตื่นตระหนก พร้อมเล่าให้ฟังว่า นายธีรพงศ์ มีอาการป่วยจิตเวชทางประสาทอ่อนๆปกติยังคงพูดจารู้เรื่อง ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน เพิ่งไปรับยาที่โรงพยาบาล ก่อนเกิดเหตุขณะทุกคนใช้ชีวิตตามปกติในบ้านพัก อยู่ๆ นายธีรพงศ์ เดินถือมีดปังตอพูดคนเดียว ก่อนฟันลูกสาวคนเล็กวัย 4 ขวบ ที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่จนร้องลั่นบ้าน แล้วหันไปฟันแม่ตัวเอง เจ็บร้องส่งเสียงดัง

ภรรยาทำกับข้าวอยู่ในครัวได้ยินเสียงวิ่งออกมาดูถูกฟัน ใช้มือป้องกันมีดถูกนิ้วขาดและฟันที่คอบาดเจ็บสาหัส พวกตนเลยวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมา ส่วน นายธีรพงศ์ ถือมีดพูดคนเดียวเดินวนไปมากระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากอาการทางจิตกำเริบจากยารักษาอาการป่วยตัวใหม่ที่เพิ่มไปรับมา ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3