อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563

หุ้นไทยฟื้นปิดพุ่ง! แรงหนุนปัจจัยบวกใน-นอกประเทศ

หุ้นไทยปิดพุ่ง 76.11 จุด นักลงทุนคลายกังวลโควิดหลังจำนวนผู้ติดเชื้อสหรัฐฯ-ยุโรปเติบโตในอัตราที่ชะลอลง ผนวกรัฐคลอดมาตรการเยียวยาโควิดระยะ 3 วงเงิน 1.9 ล้านล้าน  จับตาซาอุฯ-รัสเซียเจรจาลดการผลิตน้ำมัน9 เม.ย.นี้ อังคารที่ 7 เมษายน 2563 เวลา 18.00 น.


นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นปิดที่ 1,214.95   จุด  บวก  76.11จุด หรือ  6.68 %  ระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุด 1,220.67 จุด และต่ำสุดที่ 1,173.14  จุด  มูลค่าการซื้อขาย 98,954.92ล้านบาทว่า   ตลาดหุ้นไทยปิดบวกแรงสอดรับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เขียวสดใส  เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ และยุโรปมีอัตรการเติบโตที่ชะลอตัวลง  ส่วนผู้ติดเชื่อในไทยมีเพียง 50 คน จากก่อนหน้านี้เป็น 100 คน

นอกจากนี้ครม.อนุมัติ มาตรการดูแลและเยียวยาโควิด-19 ระยะ 3 รวมวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาทโดยเป็ฯการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แก้ปัญหา-ลดผลกระทบโควิด คาดเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้น พ.ค.นี้  ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เตรียม ออก พ.ร.ก.ซอฟท์โลนช่วย SME จำนวน 5 แสนล้านบาทและ พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน 4 แสนล้านบาท  ซึ่งเป็น sentiment  เชิงบวกต่อหุ้นไทย



สำหรับหุ้นที่ปรับขึ้นวันนี้เกือบทุกกลุ่ม  นำโดยพลังงาน และธนาคารพาณิชย์   ซึ่งสถาบันในประเทศซื้อสุทธิหุ้นไทย  3,743.37  ล้านบาท  บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ   1,693.28 ล้านบาท  นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ  507.18  ล้านบาท  นักลงทุนทั่วไปในประเทศขายสุทธิ 5,943.83  ล้านบาท

ด้านปัจจัยที่ติดตามยังเป็นเรื่องการแพร่ระบาดโควิดทั่วโลกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่  ตลอดจนการประชุมของกลุ่มโอเปกและนอนโอเปกในวันที่ 9 เม.ย.นี้ว่าซาอุดิอารเบียและรัสเซียจะตกลงลดกำลังการผลิตได้หรือไม่  จากที่มีกระแสข่าวว่าการเจรจาครั้งนี้อาจจะลดกำลังการผลิตลง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากที่ก่อนหน้านี้ลดกำลังการผลิต 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน และรอดูท่าทีสหรัฐฯว่าจะเข้าร่วมหรือไม่  ถ้าไม่เข้าร่วมอาจทำให้ราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนัก  

นอกจากนี้ต้องรอดูพรก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทว่า จะกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศหรือต่างประเทศ   แต่จากสถานการณ์วิกฤติที่ผ่านมา เช่น น้ำท่วม ซัพไพร์ม ต้มยำกุ้ง  ส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินจากต่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารกลางโลก (เวิลด์แบงก์)  และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี)  และออกพันธบัตร ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ปรับตัวลงแรงก่อนหน้านี้  และได้รับผลดีจากมาตรการรัฐ ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้  1,175 จุด แนวต้านที่ 1,236 จุด
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17