อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

ถกรับมือผู้ดีแบนกระทิไทย พณ.เพิ่มสอบต้นน้ำ-ปลายน้ำ

พาณิชย์ถกรับมือแก้ปัญหาอังกฤษแบนกระทิไทยให้โรงงานผลิตเพิ่มกระบวนการตรวจสอบต้นน้ำ-ปลายน้ำดึงความเชื่อมั่น เชิญอัครราชทูตต่างประเทศประจำไทย  ตรวจแหล่งเพาะปลูกยันไม่ใช่กีดกันทางการค้า พุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 19.29 น.


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า  ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เช่นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน ในกลุ่มอุตสาหกรรมมะพร้าว เช่น ผู้แปรรูปกะทิแบรนด์ชาวเกาะ แบรนด์สุรีย์ และแบรนด์อร่อยดี รวมถึงองค์กรพิทักษ์สัตว์ ในการประเมินผลกระทบ และหาแนวทางการรับมือถึงการชี้แจงกับประเทศคู่ค้า กรณีองค์กรพิทักษ์สัตว์ หรือ พีต้า (PETA) ระบุว่าไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นการทารุณสัตว์ 

ทั้งนี้ทำให้ห้างในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหลายแห่ง แบนสินค้าในกลุ่มมะพร้าวจากไทย ดังนั้น การประชุมครั้งนี้ ได้ข้อสรุปให้โรงงานผลิต เพิ่มกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับที่เพิ่มมากขึ้นแม้ปัจจุบันจะมีระบบควบคุมคุณภาพที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อยู่แล้ว 

ซึ่งจะต้องระบุผลผลิตที่ได้มาจากสวนไหน มีการใช้แรงงานอะไร ที่จะต้องใส่รหัสบนแพ็กเกจจิ้งของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน รวมทั้งในกระบวนการผลิตจะต้องตรวจสอบได้เช่นกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ  โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเร่งมอบทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ นัดพบผู้นำเข้าเพื่อชี้แจง ขณะเดียวกัน เตรียมเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำไทย สื่อมวลชน และองค์กรพิทักษ์สัตว์ เข้าร่วมตรวจสอบถึงแหล่งเพาะปลูกและโรงงานผลิต



อย่างไรก็ตาม มองปัญหานี้ไม่ใช่เป็นการกีดกันทางการค้าเพราะเป็นปัญหาระดับของภาคเอกชนต่อเอกชนด้วยกัน แต่ทางภาครัฐจะพยายามเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจทุกด้านเพื่อไม่ให้กระทบต่อสินค้าของไทย 

สำหรับผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทยผลผลิตในปี 62 ประมาณ 788,000 ตันและมีโรงงานแปรรูปผลผลิตจากมะพร้าว 15 โรงงาน ซึ่งทั้งหมดเป็นกะทิ 113,000 ตันร้อยละ 70 บริโภคภายในประเทศ ที่เหลือก็ส่งออกมีความจำเป็นต้องนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพิ่มเติมด้วยเพราะว่าไม่เช่นนั้นก็จะไม่พอการส่งออก เช่น นำเข้าจากอินโดนีเซีย เป็นต้น

ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญก็มี 2 ชนิด 1.กะทิ 2.มะพร้าวอ่อน แต่ประเด็นปัญหาที่อยู่ขณะนี้คือเรื่องของกะทิ ซึ่งกะทินั้นยอดการส่งออกเมื่อปีที่แล้ว12,300 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังสหภาพยุโรป18% คิดเป็นมูลค่า 2,250 ล้านบาทและในสหภาพยุโรปเป็นประเทศอังกฤษหรือสหราชอาณาจักร8 % มูลค่า 1,000 ล้านบาท เป็นต้น

นายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการบริหารและผู้จัดการโรงงานกะทิชาวเกาะ บริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่กระแสข่าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว ส่งผลให้เกิดการแบนสินค้ากะทิชาวเกาะที่ประเทศอังกฤษ และถูกถอดออกจากชั้นวางสินค้าในห้างขนาดใหญ่ 2-3 ห้าง กระทบยอดขายหายไป 30% 

ซึ่งถือว่ากระทบมาก เนื่องจากในรายงานของพีตาได้ระบุชื่อแบรนด์กะทิชาวเกาะชัดเจน และ ลูกค้าที่สหรัฐอเมริกา ก็มีการสอบถามแต่ยังไม่กระทบยอดขาย ซึ่งทางบริษัทมีการชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วว่ามีการใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหม่ ไม่มีการใช้แรงงานลิงอย่างแน่นอน และที่สำคัญบริษัทมีการทำ MOU กับชาวสวน ซัพพลายเออร์การเก็บมะพร้าวป้อนโรงงานจะต้องใช้แรงงานคนเท่านั้น

ทั้งนี้เท่าที่ได้มีการสอบถามโรงงานผลิตกระทิต่างๆ ของไทยที่มีอยู่ 15 ราย โดยใน 9 รายใหญ่ที่มีสัดส่วนผลิตมากกว่า 80-90 %  ยืนยันการผลิตกะทิในทางอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะใช้แรงงานคนทั้งสิ้น ส่วนโรงงานผลิตที่เหลือแม้จะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนแต่ส่วนใหญ่ใช้แรงงานคนมากกว่าที่จะใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22