อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

"ให้มันจบที่สนามบินบึงกาฬ" ภูมิใจไทยปิดท้ายจุดพลุเมืองยางพารา

“ให้มันจบที่สนามบินบึงกาฬ” ภูมิใจไทยปิดท้ายจุดพลุเมืองยางพารา ศักดิ์สยามแย้มพิกัดสร้างรอยต่อเลย-บึงกาฬ-นครพนม ขนส่งทางอากาศเปิดประตูเชื่อมสะพานข้ามโขง        เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 17.53 น.


เมื่อวันที่26 ก.ย.ที่ จ.บึงกาฬ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier: RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post: RGP) มาใช้เป็นอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน  บริเวณทางหลวงหมายเลข 222ตอนท่ากกแดง-บึงกาฬ กิโลเมตร(กม.)ที่125+330-126+700  ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนร่วมงานจำนวนมาก

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินโครงการการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรชาวสวนยาง และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ของประชาชนอย่างเต็มที่  ส่วนการพัฒนาความเจริญใน จ.บึงกาฬนั้น ยืนยันว่าการก่อสร้างสนามบินบึงกาฬต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศสวยงาม มีเขตชายแดนติดแม่น้ำโขงตลอดแนวจังหวัด มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย หากไม่มีความสะดวกในการเดินทางก็จะไม่มีใครเข้ามาเที่ยว  ตนจะผลักดันอย่างเต็มที่ เพราะบึงกาฬจะเป็นจังหวัดรองไม่ได้อีกต่อไปต้องเป็นจังหวัดหลัก  การคมนาคมขนส่งต้องพร้อม และการสาธารณสุขต้องดี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและการลงทุน

ด้านนายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จ.บึงกาฬเป็นการคิกออฟจุดที่4 ของโครงการซึ่งเป็นจังหวัดภาคอีสานตอนบนถือเป็นเมืองหลวงของยางพารา โดยมีปริมาณการปลูกมากกว่า 1 ล้านไร่  รองลงมาคือ จ.เลย และ จ.นครพนม จำเป็นต้องส่งเสริมการนำยางพารามาใช้แปรรูปเป็นอุปกรณ์เพิ่มความทางถนนพร้อมผลักดันราคายางก้อนถ้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของจังหวัดภาคอีสานตอนบนให้มีราคาจาก21บาทต่อกก.เป็น 28-30บาทต่อกก.ให้ได้  ทั้งนี้จะคิกออฟทุกภาคของประเทศยังเหลือที่จ.เลย และปิดท้ายที่จ.อุทัยธานีวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินโครงการนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
พร้อมอธิบายประชาชนว่าจะดำเนินการใช้อย่างพาราอย่างไร  เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะทำให้ราคายางมีเสถียรภาพและมีราคาสูงขึ้นแน่นอน และอาจสูงขึ้นถ้าเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ หากกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรร่วมผลักดันเรื่องการส่งออกเสถียรภาพราคายางก็จะสมบูรณ์ขึ้นแต่ขอย้ำว่าอย่าไปปลูกเพิ่ม
 
ทั้งนี้โครงการระยะที่1จะแก้ปัญหาจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จากนั้นจะเก็บรวบรวมสถิติเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังโครงการ เชื่อว่าลดลงแน่นอน เพราะโอกาสที่รถจะชนประสานงากันมีน้อยลง และกระทรวงเกษตรฯต้องเก็บข้อมูลราคายาง แต่คงไม่ถึงขั้นต้องประกันราคายาง ก่อนสรุปรายงานครม.ต่อไป
 
นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า เรื่องการก่อสร้างสนามบินที่จ.บึงกาฬ มีความเป็นไปได้สูงมาก อยู่ระหว่างการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการจราจรและขนส่ง(สนข.) และ กรมท่าอากาศยาน(ทย.) เนื่องจากบึงกาฬกำลังจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่5(บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ในต้นปี64 จะเป็นประตูการค้าขายระหว่างไทยและลาว และสิ่งสำคัญบึงกาฬยังเป็นจังหวัดจุดเริ่มต้นอีกหลายโครงการ เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) ขนานกับโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อเชื่อมต่อกับ จ.สุรินทร์บริเวณช่องจอม รวมถึงโครงการอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำมาสเตตอร์แพลน จึงจำเป็นต้องสร้างสนามบินเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ยังต้องการและยังสอดคล้องกับแผนโลจิสติกของกระทรวงคมนาคมอีกด้วย
 
ส่วนจุดที่ตั้งสนามบินนั้นต้องดูผลการศึกษาก่อน แต่เท่าที่นั่งเครื่องบินผ่านเห็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาถ้าจะทำให้เกิดมูลค่าจากการก่อสร้าง แต่จะพิจารณาเลือกจากพื้นที่สาธารณะเป็นหลักก่อน หากไม่มีก็พิจารณาจากพื้นที่ใกล้โครงข่ายคมนาคมและอยู่ในตัวจังหวัดเพราะหากไกลออกไปคนคงไม่เดินทางเท่าไหร่ อาจอยู่ช่วงจ.เลย-จ.บึงกาฬ หรือบึงกาฬ-นครพนม ขอให้ศึกษาให้ละเอียดก่อนอย่าเพิ่งให้ชี้จุดเลยเดี๋ยวจะบอกว่าตนไปปั่นราคาที่ดินอีก ซึ่งตนไม่มีที่ดินอยู่บริเวณนี้ ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่5 แล้วเสร็จก็จะเห็นภาพการเดินทางชัดขึ้น
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%