อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

โวยลั่น'หน้าไม่ตรงปก' ลงทะเบียนใช้'คนละครึ่ง'ไม่ได้!

ชาวบ้านแห่โวยใช้คนละครึ่งไม่ได้ หลัง “หน้าไม่ตรงปก” ยืนยันตัวตนแอพเป๋าตังไม่ผ่าน ต้องไปสาขากรุงไทยจนแน่นขนัด  เตือนประชาชนอย่าขายสิทธิคนละครึ่ง เสี่ยงถูกเอาบัญชีไปใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย ด้านกรุงไทยขอให้ประชาชนมั่นใจใช้บริการ พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 16.12 น.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่าไม่สามารถยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้าผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เพื่อใช้จ่ายเงินในโครงการคนละครึ่งได้ เนื่องจากหน้าไม่ตรงปก หรือใบหน้าจริงไม่ตรงกับบัตรประชาชน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางไปสาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ จนทำให้สาขาธนาคารกรุงไทยหลายแห่งมีผู้ใช้บริการแน่นขนัด ต่อคิวจนทะลุสาขาออกมา และประชาชนบางส่วนก็ต้องผิดหวังกลับไปเพราะคิวให้บริการเต็ม 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้รับการชี้แจ้งว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่ใบหน้าผู้ลงทะเบียนอาจเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งปัญหานี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ช่วงที่มีการลงทะเบียนชิมช้อปใช้เมื่อปีที่ผ่านมา และขอให้ประชาชนมาลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อจากสื่อสังคมออนไลน์ ในการเปิดรับซื้อสิทธิโครงการคนละครึ่ง เพื่อแลกกับเงินสดนำไปใช้ เพราะนอกจากทำให้ถูกตัดสิทธิออกจากโครงการแล้ว ยังมีความเสี่ยงได้รับความผิดทางกฎหมายอื่นๆตามมา โดยเฉพาะหากเกิดกรณีผู้รับซื้อสิทธิ นำชื่อและบัญชีแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ไปทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น ซื้อขายยาเสพติด ก็จะทำให้เจ้าของบัญชีแอพมีความผิดไปด้วย

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กระทรวงการคลังกับธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้ดูแลระบบของโครงการคนละครึ่งได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยธนาคารกรุงไทย ได้นำระบบการป้องกันการทุจริตในการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากลมาใช้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยหากพบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือมีการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขก็จะระงับการใช้แอพพลิเคชั่น และระงับการจ่ายเงินทั้งฝั่งร้านค้าและประชาชนทันที  พร้อมกับดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ยอมรับว่าพบการชำระเงินและโอนเงินแบบผิดปกติขึ้นจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และรอการประมวลผลอยู่ ซึ่งทุกๆ การใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ ย่อมมีผู้ทำผิดอยู่แล้ว แต่ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรฐานการชำระและการจ่ายเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของไทย หรือหากใครพบเบาะแสก็สามารถแจ้งข้อมูลมาได้”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16