อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

คนไทยยากจนเพิ่ม1.5ล้านคน ธนาคารโลกเปิดข้อมูลปี63

ธนาคารโลก เผยข้อมูลคนไทยยากจนเพิ่ม 1.5 ล้านคน จากพิษโควิดตกงาน-รายได้ลด แนะรัฐเร่งเพิ่มทักษะช่วยคนว่างงาน แก้ปัญหาแรงงานระยะยาวจากสังคมสูงวัย พุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 13.30 น.


นางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 64 จะขยายตัวได้ 4% และปี 65 จะขยายตัว 4.7% จากที่หดตัวเป็นติดลบ 6.5% ในปี 63 เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก การท่องเที่ยวซบเซา และยังกระทบต่อการจ้างงาน รวมทั้งทำให้รายได้ลดลง ส่งผลให้หลายคนมีความยากลำบาก จากข้อมูลคาดว่าในปี 63 มีคนไทยยากจนเพิ่มขึ้นถึง 1.5 ล้านคน มาอยู่ที่ 5.2 ล้านคน จากปี 62 มี 3.7 ล้านคน ตามเส้นแบ่งความยากจน 5.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน คิดเป็น 165-170 บาทต่อวัน (อัตรา 30-31 บาทต่อดอลลาร์)

ทั้งนี้ ผลจากการระบาดใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานไทย ทำให้คนว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยรุ่น จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ลดลงทำให้รายได้ต่อเดือนน้อยลง จำนวนชั่วโมงการทำงานยังไม่ฟื้นตัวกลับขึ้นมา และการจ้างงานในหลายๆ ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคการผลิตยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า นั้นหมายความว่าตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะที่เปราะบางต่อความไม่แน่นอนต่างๆ ในอนาคต รวมถึงการกลับมาระบาดซ้ำของโควิด-19

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก กล่าวว่า ผลกระทบต่อโควิดรุนแรงต่อคนยากจน ในระยะสั้นรัฐบาลต้องจัดให้มีโครงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะแรงงานและให้ความช่วยเหลือทางการเงินเมื่อแรงงานกลับไปทำงาน สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องพยายามทำอย่างต่อเนื่องคือการทำให้มั่นใจว่าการให้ความรู้และการฝึกอบรมสอดคล้องกับความต้องการของผู้จ้าง

ส่วนในระยะยาวรัฐบาลสามารถเพิ่มการจ้างงานในภาคการดูแล เพื่อช่วยเพิ่มการจ้างงานของแรงงานผู้หญิงเสนอให้ขยายอายุเกษียณออกไปและให้วางแผนโครงการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน รวมทั้งให้มีการจัดระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อยืดอายุการทำงานให้กับผู้สูงวัยอีกด้วย ซึ่งช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้อย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็เป็นการรับมือกับความท้าทายที่มาพร้อมกับภาวะประชากรสูงวัยด้วย



สำหรับเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 คาดติดลบ 5.7% ดีขึ้นหลังผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปี 63 มาแล้ว โดยปี 64 ยังมีความท้าทายด้านวัคซีน เศรษฐกิจโลก และการท่องเที่ยว แม้การบริโภคในประเทศจะดีขึ้นเพราะมาตรการภาครัฐ แต่ไทยยังพึ่งพาภาคท่องเที่ยวอยู่มากทำให้เป็นสิ่งที่ต้องติดตามและต้องใช้เวลา 2 ปีกว่าถึง 3 ปีกว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ระดับเดิมก่อนโควิด แต่กรณีโควิดระบาดหนัก ทำให้ภาครัฐอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มข้นกว่าปีที่แล้วไตรมาส 2 จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้อยู่ที่ 2.4% ได้ โดยไทยยังมีพื้นที่ทางการคลังมากกว่าประเทศอื่น เพราะในอดีตไทยรักษาระดับหนี้สาธารณะไว้ค่อนข้างดี

นายแฮรี่ เอ็ดมุนด์ โมรอซ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก กล่าวว่า โควิดช่วงที่ผ่านมาทำให้แรงงานไทยว่างงาน 3.4 แสนตำแหน่ง และรายได้ลดลง ชั่วโมงทำงานลด แต่พอไตรมาส 3 – 4 ตลาดแรงงานเริ่มฟื้นมีจ้างงานเพิ่ม 8.5 แสนตำแหน่ง แต่ยังต่ำกว่าปี 62 และพอมีระบาดรอบใหม่ทำให้ซ้ำเติมตลาดแรงงาน กำลังแรงงานลด การจ้างงานอ่อนแอ มีแรงงานนอกระบบ โดยไทยยังเจอปัญหาประชากรสูงอายุ ทำให้ในระยะสั้นภาครัฐควรเร่งนโยบายสนับสนุนจ้างงาน ขยายการคุ้มครองช่วยแรงงานตกงาน รวมถึงช่วยเพิ่มทักษะให้ตกงาน และช่วยด้านการเงิน

ขณะที่ระยะยาว ควรเพิ่มผลิตภาพ ปรับวิธีทำงาน ให้แรงงานเพิ่มทักษะตามความต้องการจริง เช่น กลุ่มดูแลผู้สูงอายุ ลดช่องว่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในการทำงาน ขยายเวลาทำงานให้เกษียณช้าลง ทำงานนานขึ้นแต่มีสุขภาพดีอยู่ และต้องมีความยืดหยุ่นการทำงาน เปิดโอกาสให้คนสูงอายุทำงานได้ เป็นต้น

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น