อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

ดึงเอสเอ็มอีแสนรายชิงเค้กตลาดจัดซื้อภาครัฐ1.3ล้านล้านบ.

เร่งดึงเอสเอ็มอีแสนรายชิงเค้กตลาดจัดซื้อภาครัฐ 1.3 ล้านล้านบาท พร้อมเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์กลางโชว์สินค้าเอสเอ็มอี ให้ช้อปเต็มที่ จากเดิมกระจัดกระจายไม่จูงใจ ย้ำเปิดลงทะเบียนได้ทั้งบุคคลธรรมดา–นิติบุคคล-วิสาหกิจ    อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 18.00 น.


นายมงคล ลีลาธรรม ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบาย สสว. เร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ขึ้นทะเบียนกับ สสว. เพื่อเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่มีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาทให้ได้มากที่สุด หลังจากกระทรวงการคลัง ได้ประกาศกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นการกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐ ต้องซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่ต่ำกว่า 30% ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว และให้แต้มต่อราคาสูงกว่าเอกชนรายใหญ่ได้ 10% โดยปีนี้ตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้ามาลงทะเบียนไม่ต่ำกว่า 100,000 ราย จากปัจจุบันมีลงทะเบียนเพียง 3,500 ราย

นอกจากนี้จะให้ สสว.ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นตลาดอี–มาร์เก็ตเพลสกลาง เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้นำสินค้าเข้ามาใส่ในแพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชนทั่วไปที่ต้องการซื้อสินค้าเข้ามาดูสินค้าในแพลตฟอร์มนี้ได้  เนื่องจากขณะนี้แต่ละหน่วยงานจะแยกกันดู ไม่มีแพลตฟอร์มกลางที่จะสามารถเข้ามาดูได้ เชื่อว่า จะทำให้หน่วยงานภาครัฐเข้าถึงสินค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้น และยังเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทะเบียนมากขึ้น ครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา         

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า สสว.ได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ เอสเอ็มอีดีแบงก์ เพื่อเผยแพร่มาตรการดังกล่าวไปสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันธนาคารบางแห่งเตรียมออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อช่วยสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอีกทางหนึ่งด้วย



สำหรับเอสเอ็มอี ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว มีทั้งที่อยู่ในรูปแบบนิติบุคคล บุคคลธรรมดา หรือวิสาหกิจชุมชน ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามนิยามเอสเอ็มอี ที่ สสว.กำหนด คือ หากอยู่ในภาคการผลิต จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี ส่วนภาคการค้าและบริการ จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญจะต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการและรายการสินค้าและบริการในระบบที่ สสว. จัดทำขึ้น คือ www.thaismegp.com ซึ่งผู้สนใจสามารถขึ้นทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่จะเป็นโอกาสสำคัญให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี และที่ผ่านมามีเพียงผู้ประกอบการบางส่วนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งกฎกระทรวงฯ นี้ ได้ให้สิทธิประโยชน์กับเอสเอ็มอีเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระจายโอกาสให้กับเอสเอ็มอีที่อยู่ในท้องถิ่น กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะเป็นหน่วยจัดซื้อ คัดเลือกเอสเอ็มอีในพื้นที่จังหวัดที่ตั้งของหน่วยงานจำนวนไม่น้อยกว่า 3 รายก่อน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีคัดเลือก และการให้แต้มต่อกับเอสเอ็มอี ที่เสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 10% สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น