อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

คาดปี 64 ไทยใช้จ่ายด้านไอทีทะลุ 6 แสนล้าน

“การ์ทเนอร์” คาด ปี 64 ไทยมีการใช้จ่ายด้านไอที โต 5% จากปีที่แล้ว มูลค่า 6.68 แสนล้านบาท ส่วนปีหน้าจะเติบโตอีก 5.3% เกินทะลุ 7 แสนล้านบาท อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 20.43 น.


นายจอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์  บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า การ์ทเนอร์ได้ทำวิจัยคาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของประเทศไทยปี 64 จะมีมูลค่า 668,220 ล้านบาท เติบโต 5%  เมื่อเทียบกับปี 63 ที่ติดลบ 4.9% หรือมีมูลค่า 636,282 ล้านบาท โดยตลาดไอทีของไทยในปีนี้จะกลับมาเติบโตเกือบทั้งหมด คือ ดาต้าเซ็นเตอร์ มีมูลค่า 27,517 ล้านบาท เติบโต 10.9% ซอฟต์แวร์ระดับองค์กร มีมูลค่า 45,937 ล้านบาท เติบโต 13.6%

การใช้จ่ายอุปกรณ์ดีไวซ์ มีมูลค่า 176,975 ล้านบาท เติบโต 9.5% บริการด้านการสื่อสาร มีมูลค่า 358,855 ล้านบาท เติบโต 2.8% ขณะที่ บริการทางด้านไอที มีมูลค่า 58,935 ล้านบาท ติดลบ 2% เมื่อเทียบกับปี 63

“การใช้จ่ายด้านไอทีของไทยในปี 64 ทุกกลุ่มกลับมามีอัตราการเติบโตหมด โดยซอฟต์แวร์ระดับองค์กรคาดว่าจะเติบโตสูงสุด มีปัจจัยจากการพัฒนาและการขยายตัวของรูปแบบการทำงานจากระยะไกล ขณะที่การทำงานและการศึกษาจากระยะไกลเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการแท็บเล็ตและแล็ปท็อป ทำให้ตลาดอุปกรณ์ดีไวซ์กลับตามเติบโตอีกครั้ง ส่งผลให้ในปี 65 การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านไอทีของไทยจะเติบโตอีก 5.3% หรือมีมูลค่า 703,576 ล้านบาท”


 
นายจอห์น-เดวิด เลิฟล็อค  กล่าวต่อว่า ในส่วนของแนวโน้มการใช้จ่ายไอทีทั่วโลกปี 64 จะมีมูลค่า 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 6.2% จากเดิมที่ติดลบ 3.2% ในปี 63 เป็นผลจากผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ซีไอโอ) ได้ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19  โดยปี 64 นี้ ผู้บริหารองค์กรจะมีมาตรการที่มีดุลยภาพ คือ การเก็บเงินสด ในขณะเดียวกันก็ต้องขยายระบบไอที และเมื่อเศรษฐกิจกลับคืนสู่สภาวะปกติ ธุรกิจก็จะมุ่งลงทุนกับไอทีตามแผนเพื่อสร้างการเติบโต ไม่ใช่เป็นการลงทุนตามรายได้ในปัจจุบัน
 
“ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปี 64 ธุรกิจดิจิทัลนำเทคโนโลยีที่เป็นเทรนด์ต่าง ๆ มาปรับใช้ได้อย่างโดดเด่น อาทิ การประมวลผลผ่านคลาวด์, การใช้แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจ, เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้าระดับแถวหน้า รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ เช่น ระบบไฮเปอร์ออโตเมชั่น ซึ่งจะยังเดินหน้าพัฒนาต่อและให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนแก่โปรเจคท์ รวมถึงขจัดงานในกระบวนการที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป แต่ภาพรวมการฟื้นตัวของตลาดไอทีระดับโลกจะยังไม่กลับไปอยู่ในระดับเดียวกันกับปี 62 จนกว่าจะถึงปี 65 แม้หลายประเทศอาจจะฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งรวมผู้คน อาทิ ร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆ การเดินทางท่องเที่ยว และความบันเทิง จะยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำ” นายเลิฟล็อค กล่าว
 
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงปี 67 ธุรกิจต่าง ๆ จะถูกบังคับให้เร่งแผนการเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่ดิจิทัลอย่างน้อยห้าปีเพื่อเอาตัวให้รอดในโลกหลังโควิด-19 โดยการทำงานระยะไกลและช่องทางสื่อสารดิจิทัลจะได้รับการยอมรับและนำมาใช้อย่างถาวร.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น