อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

ไทม์ไลน์'กระเป๋ารถเมล์สายA3'ติดโควิด สัมผัสลูกค้าอื้อ

ขสมก. แจ้งพนักงานเก็บค่าโดยสารสาย A3 ติดโควิดรายที่ 2 ต่อจากคนขับรถเมล์สาย 34 เปิดไทม์ไลน์ 8 วันก่อนติด สั่งพักใช้งานรถเมล์ 3 สาย เป็นเวลา 3 วัน พร้อมให้พนักงานขับรถ 3 สายที่ทำงานคันเดียวกันไปตรวจโควิดด่วน ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 19.57 น.


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งว่า ประกาศ คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือโควิด-19 ขสมก. ตลอดระยะเวลาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  ที่ผ่านมา ขสมก. ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการป้องกันของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด แต่ทั้งนี้ ขสมก. ขออภัยที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ.64 เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้นำรถพระราชทานเข้ามาตรวจเชิงรุก เพื่อหาเชื้อโควิด-19 ให้กับพนักงานองค์การจำนวน 600 คน ณ อู่รังสิต เขตการเดินรถที่ 1

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้แจ้งให้เขตการเดินรถที่ 1 ทราบว่า ตรวจพบพนักงานเก็บค่าโดยสารรถปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี (ปฏิบัติหน้าที่เก็บค่าโดยสารช่วงกะบ่าย) เพศหญิง จำนวน 1 คน ซึ่งมีที่พักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านกฤษณา 1 ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ติดเชื้อโรคดังกล่าว จึงให้พนักงานรออยู่ที่บ้าน เพื่อให้รถพยาบาลนำไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 

ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.พ.64 ขสมก. ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จากผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 1 จึงได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ดังนี้ 1.ขสมก.ได้แจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งรายละเอียดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามแนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อฯ โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดปทุมธานี 2.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 11-18 ก.พ.64 จำนวนรวม 8 วัน อยู่ที่ 36.5 องศาเซลเซียส โดยไทม์ไลน์ของพนักงานสรุปได้ ดังนี้



วันที่ 11 ก.พ.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา (รถเมล์ร้อน) สาย 95 ก หมายเลข 1-50119 ตั้งแต่เวลา 13.30-16.30 น. หลังเลิกงานได้ไปที่ตลาดพรพัฒน์ และกลับที่พักอาศัย

วันที่ 12 ก.พ.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) สาย 510 หมายเลข 1-70257 เวลา 13.15-20.35 น. หลังเลิกงานได้ไปที่ตลาดพรพัฒน์ และกลับที่พักอาศัย

วันที่ 13 ก.พ.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย A3 หมายเลข 1-70305 เวลา 13.40-21.55 น. หลังเลิกงานได้ไปที่ตลาดพรพัฒน์ และกลับที่พักอาศัย

วันที่ 14 ก.พ.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย A3 หมายเลข 1-70305 เวลา 14.20-22.40 น. หลังเลิกงานได้ไปที่ตลาดพรพัฒน์ และกลับที่พักอาศัย

วันที่ 15 ก.พ.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย A3 หมายเลข 1-70305 เวลา 13.30-22.20 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที,

วันที่ 16 ก.พ.64  วันหยุดประจำสัปดาห์ พนักงานผู้ติดเชื้อได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน

วันที่ 17 ก.พ.64 ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์สาย A3 หมายเลข 1-70305 เวลา 14.15-22.20 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที 

วันที่ 18 ก.พ.64  ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หลังจากนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์แอร์ สาย A3 หมายเลข 1-70305 เวลา 13.30-21.15 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

จากนั้นวันที่ 19 ก.พ.64 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ว่าพนักงานเป็นผู้ติดเชื้อ จึงให้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต


3.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกะบ่าย ซึ่งเป็นกะสุดท้ายของแต่ละวัน จึงไม่มีพนักงานขับรถคนใดนำรถไปขับต่อ อีกทั้งเมื่อพนักงานขับรถนำรถกลับเข้าอู่เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในแต่วัน จะฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถเมล์ทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% จึงมั่นใจได้ว่ารถเมล์ขององค์การมีความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ องค์การได้พักการใช้งานรถเมล์ จำนวน 3 คัน ที่พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ รถเมล์ร้อนสาย 95 ก หมายเลข 1-50119, รถเมล์แอร์ สาย 510 หมายเลข 1-70257 และรถเมล์แอร์ สาย A3 หมายเลข 1-70305 เป็นเวลา 3 วัน เพื่อฉีดพ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถ รวมถึง อู่จอดรถ และท่าปล่อยรถเมล์

และ 4.ขสมก. ได้ตรวจสอบ พบว่าพนักงานขับรถเมล์ จำนวน 3 คน ปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์คันเดียวกับพนักงานผู้ติดเชื้อ จึงให้พนักงานขับรถเมล์ดังกล่าว หยุดงานไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 หากได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ ขสมก. ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่ สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถเมล์ ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์  การฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถเมล์ด้วยแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน สำหรับการติดโควิด-19 ของพนักงานเก็บค่าโดยสารสาย A3 ครั้งนี้ ถือเป็นพนักงานของ ขสมก. ที่มีการติดโควิด-19 เป็นรายที่ 2 ที่มีการระบาดระลอกใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 14 ก.พ.64 ขสมก. แจ้งว่า พบพนักงานขับรถเมล์ร้อนสาย 34 ติดโควิด-19 รายแรกแล้ว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น