อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ข่าวปลอมอย่าแชร์ต่อ 'บิ๊กป้อม'สั่งฟันเฟคนิวส์ทำตื่นตูม

'บิ๊กป้อม'สั่งฟันมือปล่อยเฟคนิวส์ ทำประชาชนตระหนก เร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นตัวอย่าง สั่งตั้งคณะทำงาน มี รมว.ดีอีเอส เพื่อจัดการเฟคนิวส์ให้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เผยก่อนหน้านี้ มีการปล่อยข่าวเรื่องสถาบัน จนเพจศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ต้องออกชี้แจงว่าเป็นข่าวปลอม ศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.20 น.


เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอีเอส น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้การต้อนรับ
 
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 มีการเผยแพร่ข่าวปลอมที่รุนแรงมากขึ้น สร้างความตื่นตระหนกในสังคม และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ จึงได้สั่งการให้ กระทรวงดีอีเอสที่รับผิดชอบและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข่าวปลอมบิดเบือนเรื่องโควิด-19 เรื่องวัคซีน รวมถึงข่าวปลอมบิดเบือนที่เป็น ผลเสียต่อ รัฐบาลต้องฟ้องร้องดำเนินคดี ให้หมด และต้องเร่งแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูล ที่ถูกต้องให้ประชาชนรับรู้เร็วที่สุด


 
นอกจากนี้ยังได้สั่งให้ตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องข่าวปลอม โดยให้ รมว.ดีอีเอส เป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ รอง ผบ.ตร. เป็นรองประธาน และมีตัวแทนจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมด้วย ให้ประชุมกันทุกสัปดาห์เพื่อให้การทำงาน เรื่องข่าวปลอม หรือเฟคนิวส์ มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตนจะเป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง คณะทำงานนี้ ด้วยตนเอง

ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-11 พ.ค. 64 พบจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้อง 3,857,190 ข้อความ หลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 788 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 343 เรื่อง อยู่ใน 2 หมวดหมู่ข่าว คือ หมวดหมู่สุขภาพ 233 เรื่อง คิดเป็น 68% และหมวดหมู่นโยบายรัฐ 110 เรื่อง คิดเป็น 32% 


 
ด้านภาพรวมสถานการณ์ข่าวปลอมเกี่ยวกับโควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก ซึ่งทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรวบรวมจากการติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์ (Social Listening) และการแจ้งเบาะตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.63 - 11 พ.ค.64 รวมระยะเวลา 475 วัน พบว่า มีจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้อง 73,833,192 ข้อความ โดยหลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 6,791 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 3,376 เรื่อง อันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ พบจำนวน 2,242 เรื่อง คิดเป็น 66% หมวดหมู่นโยบายรัฐ 1,011 เรื่อง คิดเป็น 30% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็น 4% ในส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติ ไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย
 
ขณะที่ สถานการณ์ข่าวปลอมนับตั้งแต่จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจนถึงปัจจุบัน (วันที่ 1 พ.ย.62 - 11 พ.ค.64) พบข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 116,419,184 ข้อความ โดยมีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 30,183 ข้อความ และหลังจากคัดกรองพบข้อความข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 10,587 เรื่อง แบ่งเป็น หมวดสุขภาพ 54% นโยบายรัฐ 41% เศรษฐกิจ 3% และภัยพิบัติ 2%


 
นอกจากนี้ตั้งแต่ 1 พ.ย.62 - 6 พ.ค.64 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ส่งคดีเกี่ยวกับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน ไปให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ จำนวน 1,021 เรื่อง รวมคดีที่ดำเนินการ 23 ราย โดยมีการดำเนินคดีแล้ว 33 เรื่อง จำนวนผู้กระทำผิด 70 ราย แบ่งเป็น เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 14 เรื่อง ผู้กระทำผิด 18 ราย และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 19 เรื่อง ผู้กระทำผิด 52 ราย.
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ได้โพสต์ข้อความเตือนประชาชน กรณีมีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับสถาบันในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่าได้ตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นความจริง ขออย่าหลงเชื่อ และอย่าแชร์ต่อ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    72%
  • ไม่เห็นด้วย
    28%

ความคิดเห็น