อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

มาตรการอุ้มลูกหนี้คุมเอ็นพีแอล ไตรมาสแรกเพิ่มแค่1.4หมื่นล.

ธปท.เผยตัวเลขเอ็นพีแอลไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มเล็กน้อย เหตุมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้คุมอยู่ จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 16.03 น.


น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ไตรมาสแรกปี 64 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.37 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.1% ต่อสินเชื่อรวม เทียบไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 5.23 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.12% ต่อสินเชื่อรวม หรือเพิ่มขึ้น 14,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเอ็นพีแอลอุปโภคบริโภคทั้งสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต ยกเว้นสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเอ็นพีแอลเพิ่มไม่มาก เพราะลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังคงได้รับผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้
 
“หนี้เสียที่เกิดขึ้น ธปท.และธนาคารพาณิชย์ได้กังวล กลุ่มที่เป็นห่วง คือ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ขนส่งผู้โดยสาร สายการบิน ร้านอาหาร ภัตตาคาร ส่วนกลุ่มอื่นๆ ส่วนเอ็นพีแอลไตรมาสแรกไม่ได้เพิ่มเยอะ เพราะธนาคารให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง และ ธปท.ติดตาม พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือที่จำเป็น ขณะที่สัดส่วนลูกหนี้ที่ค้างชำระและใกล้เป็นเอ็นพีแอล หรือสเตรท 2 อยู่ที่ 6.41% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 6.62%”
 
สำหรับการเติบโตของสินเชื่อไตรมาสแรกขยายตัวอยู่ที่ 3.8% เทียบกับไตรมาสแรกปี 63 แบ่งเป็น สินเชื่อธุรกิจ ขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ 3%, สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ชะลอตัวลงจากการเร่งใช้สินเชื่อในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เอสเอ็มอีได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ ส่งผลให้สินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวในอัตราที่ลดลง แม้ไม่รวมผลของมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ด้านสินเชื่ออุปโภคบริโภค ขยายตัวที่ 5.3% ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวได้จากความต้องการสภาพคล่องในภาคครัวเรือน
 
ด้านกำไรสุทธิธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสแรกปี 64 อยู่ที่ 4.38 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.02% จากไตรมาสก่อนหน้ามาจากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่ลดลง ส่วนเงินกองทุนธนาคารมีทั้งสิ้น 3 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 20% เงินสำรองอยู่ในระดับสูงที่ 8.23 แสนล้านบาท โดยอัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ อยู่ที่ 149.7% และอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง เพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤติอยู่ที่ 186.5% โดยนโยบายปันผลต้องพิจารณาจากฐานะการเงินธนาคารพาณิชย์ และรูปแบบต่างประเทศ รวมทั้งผลกระทบผู้ถือหุ้น ผู้ฝากเงินและผู้ขอสินเชื่อ
 
ส่วนความคืบหน้าโครงการสินเชื่อฟื้นฟูมีผู้ประกอบธุรกิจได้อนุมัติสินเชื่อแล้ว 8,225 ล้านบาท หรือ 4,454 ราย เฉลี่ย 1.8 ล้านบาทต่อราย ส่วนสินเชื่อโครงการพักทรัพยักหนี้ได้อนุมัติแล้ว 2 ราย เป็นธุรกิจโรงแรม คิดเป็นมูลค่าตีโอนรวม 750 ล้านบาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น