อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

คาด ธ.ค.นี้ผู้โดยสารเที่ยวบินอินเตอร์ทะลุ 1.46 ล้านคน

“ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะเช็กความพร้อมการบินทุกด้านรับเปิดประเทศ ประเดิม “ภูเก็ต” ก.ค.นี้ แอร์ไลน์จากเอเชีย-ยุโรป จองสล็อตมาแล้ววันละ 454 ไฟลต์ คาดบินอินเตอร์ทั้งประเทศ ก.ค.นี้ ผู้โดยสารแตะ 1.46 แสนคน ขณะที่ ธ.ค. ทะลุ 1.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10 เท่าจาก ก.ค.64 จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 18.30 น.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันสอบทานมาตรการด้านการบิน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปิดประเทศ ซึ่งจะนำร่องที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 1 ก.ค.64 เป็นจังหวัดแรก ภายใต้นโยบายภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ หากสำเร็จจะขยายอีก 9 จังหวัด และเปิดทั้งประเทศในอีก 120 วันข้างหน้า โดยที่ประชุมมีมติกำหนดนโยบายที่สำคัญ ดังนี้ 1.สั่งการให้จัดสรรเวลาการบิน (สล็อต) อย่างเหมาะสม โดยขณะนี้มีเที่ยวบินทั้งใน และระหว่างประเทศ อยู่ในกำหนดการบินประจำฤดูร้อน 64 (1 ก.ค. - 30 ต.ค.64) และกำหนดการบิน ประจำฤดูหนาว 64/65 (31 ต.ค.64 - 26 มี.ค.65) แล้ว เบื้องต้นสำหรับสนามบินภูเก็ต ในกำหนดการบินประจำฤดูร้อน 64 มีเที่ยวบินจัดสรรแล้วราว 134 เที่ยวบินต่อวัน จากขีดความสามารถในการรองรับ 480 เที่ยวบินต่อวัน คิดเป็น 28% คาดว่าจะขออนุญาตเพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มเปิดประเทศ
                  
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า สำหรับกำหนดการบินประจำฤดูหนาว 64/65 มีจำนวนเที่ยวบินที่จัดสรรไปยังสนามบินภูเก็ตแล้ว 320 เที่ยวบินต่อวัน จากขีดความสามารถในการรองรับ 360 เที่ยวบินต่อวัน คิดเป็น 89% ทั้งนี้ เที่ยวบินระหว่างประเทศที่ได้รับการจัดสรรขณะนี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก และยุโรป โดยเดือน ก.ค.64 คาดว่าจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งประเทศ จะเพิ่มจาก 5,698 เที่ยวบิน (พ.ค.64) เป็น 13,354 เที่ยวบิน ส่วนจำนวนผู้โดยสารคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 79,226 คน (พ.ค.64) เป็น 1.46 แสนคน และคาดว่าเดือน ธ.ค.64 จะมีผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1.46 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่าจากเดือน ก.ค.64
                  
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เป้าหมายการฟื้นฟูระยะยาวของอุตสาหกรรมการบินของไทย สถิติเดิมของผู้โดยสารระหว่างประเทศในช่วงปี 62 ก่อนการระบาดของโควิด-19 มีจำนวนราว 89 ล้านคน แต่ปี 63 ลดลงเหลือราว 16 ล้านคน ลดลง 81.7% ซึ่งหากการเปิดประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย และอุตสาหกรรมการบินมีการฟื้นตัว ในระยะยาวคาดว่าไทยจะกลับมามีผู้โดยสารระหว่างประเทศในจำนวนที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ได้ก่อนปี 68, 2.การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของสนามบิน สายการบิน เครื่องบิน และนักบิน ซึ่งปกติ กพท. มีการตรวจสอบตามวงรอบอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่เพื่อรองรับการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง กพท. จะมีวิธีการออกตรวจแบบเดิม (Onsite audit) และปรับวิธีการตรวจเป็นแบบระยะไกล (Remote audit) เพื่อให้เหมาะสมตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
                  
นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า กรมท่าอากาศยาน (ทย.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., การท่าอากาศยานอู่ตะเภา และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ต้องส่งรายการตรวจสอบ และหลักฐานการดำเนินงานของสนามบินภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อประเมินความพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่สายการบินของไทย และเครื่องบิน ต้องได้รับการตรวจสอบการปฏิบัติงานในฐานะผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ส่วนเครื่องบินหากจอดเป็นเวลานานต้องตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้พร้อมนำกลับมาให้บริการอย่างปลอดภัย เช่น เครื่องบินของการบินไทยต้องได้รับการตรวจสอบก่อนนำกลับไปให้บริการระหว่างประเทศในเดือน ก.ค.นี้ เป็นสายการบินแรก
                  
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า 3.การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคของผู้โดยสาร และบุคลากรทางการบินได้จัดให้บุคลากรด้านการบินที่ปฏิบัติหน้าที่ในด่านหน้าฉีดวัคซีนเข็มแรกเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ วันที่ 6 มิ.ย.64 ส่วนบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินโดยรวม ขณะนี้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วประมาณ 4.83 หมื่นคน และกำลังทยอยเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 2 อย่างต่อเนื่อง 4.เร่งศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาการจัดการสนามบินภายในประเทศ โดยเทคโนโลยีที่พิจารณาให้นำมาใช้ มีดังนี้ 1.ระบบรายงานข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้าสำหรับผู้โดยสารภายในประเทศ (Domestic API) รวมถึงเตรียมรองรับการใช้งานหนังสือเดินทางสุขภาพ (Health Passport) ในอนาคต
                       
2.ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง CUPPS (Common Use Passenger Processing System) หรือระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ ผู้โดยสารจะสามารถเช็กอินด้วยตนเองโดยกรอก Booking Number จากนั้นระบบจะพิมพ์ บัตรโดยสารและป้ายติดสัมภาระ (Baggage Tag) โดยอัตโนมัติ รวมถึงมีระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการผู้โดยสารในสนามบินภายในประเทศให้เป็นมาตรฐานทัดเทียมสนามบินนานาชาติ และช่วยลดจำนวนเจ้าหน้าที่ ลดขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร ลดการสัมผัส และลดความแออัดภายในสนามบิน เพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศในรูปแบบใหม่ในอนาคต.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9