อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

'อดีตพระพรหมดิลก'ขอสอนบาลี พศ.ชี้พ้นความเป็นพระ

อดีตพระพรหมดิลก ขอกลับไปทำหน้าที่พระอาจารย์สอนบาลี ยันยังครองสมณเพศมาตั้งแต่เกิดคดี สำนักพุทธฯชี้ตามกฎหมายถือว่าพ้นสมณเพศแล้ว ส่วนหลักพระธรรมวินัยต้องให้เจ้าคณะผู้ปกครองตัดสิน ขณะที่ชาวพุทธบุกเพจ สำนักพุทธฯ หลังโพสต์ข้อมูล “อดีตพระพรหมดิลก กลับมาครองจีวรถือว่าเป็นความผิด” จนต้องรีบลบโพสต์ พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 17.45 น.

กรณีศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพฯ กับอดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ ในคดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของวัดสามพระยาวรวิหาร และภายหลังฟังคำตัดสินของศาล ทั้งอดีตพระพรหมดิลก และอดีตพระอรรถกิจโสภณ ได้กลับมาวัดสามพระยา และห่มจีวรทันทีนั้น 

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความ กล่าวว่า กรณีที่อดีตพระพรหมดิลก และอดีตพระอรรถกิจโสภณ กลับมาห่มจีวรนั้น อยากให้ดูตามหลักพระธรรมวินัย เพราะตั้งแต่เกิดคดีมาท่านก็ครองสมณเพศมาโดยตลอด ยังไม่เคยเปล่งวาจาสึก และท่านก็รู้ตัวเองมาโดยตลอดว่ายังครองสมณเพศอยู่ ท่านยืนยันว่าไม่เคยต้องการเรียกร้องอะไร แต่ตัวท่านไม่เคยเปล่งวาจาลาสิกขา ขณะเดียวกันจากการสอบถามท่านอดีตพระพรหมดิลก ท่านบอกว่าจะกลับไปสอนหนังสือพระบาลีอีกครั้ง จะกลับไปเป็นพระอาจารย์เช่นเดิม อย่างที่เคยปฏิบัติมาทั้งชีวิต 

ขณะที่เฟซบุ๊กของ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง พระนักคิดนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความ เมื่อเวลา ประมาณ 11.00 น.ว่า “ยังไม่สำเหนียกอีกนะ ยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เป็นหน่วยงานของพระศาสนา แทนที่จะปกป้องสิทธิของพระอันจะพึงปกป้อง แทนที่จะคุ้มครองความเป็นธรรมของพระอันจะพึงคุ้มครอง นี่มีหน้าเรียกตัวเองว่า เป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ยังไง ปล. ไม่ต้องลบนะ มีคนแคปไว้แล้ว” พร้อมทั้งแนบภาพการโพสต์ข้อความของเพจสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่นำข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งมีภาพของอดีตพระพรหมดิลก และมีข้อความว่า “อดีตพระพรหมดิลก โผล่ห่มจีวร พบมีความผิด คดีเงินทอนยังไม่สิ้นสุด” 

จากนั้นในเวลาไล่เลี่ยกัน เพจศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความว่า “ลบแล้ว หลังจาก เพจสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เผยแพร่ข้อมูล อดีตพระพรหมดิลก วัดสามพระยา กลับมาครองจีวรถือว่าเป็นความผิด จากนั้นชาวพุทธจำนวนมากแสดงความเห็นถึงความเหมาะสม และเจตนาของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ในที่สุดเพจดังกล่าวได้ลบข้อมูลออกจากหน้าเพจเรียบร้อยแล้ว” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเพจสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โพสต์ภาพและข่าวจากสำนักข่าวดังกล่าว ได้ถูกประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นถึงความเหมาะสมในหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะต่อว่า โจมตี จนทำให้ผู้ดูแลเพจสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ต้องรีบลบโพสต์ดัังกล่าวไปอย่างรวดเร็ว 

ด้าน นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. กล่าวว่า การพ้นสมณเพศของพระภิกษุสงฆ์ มี 2 กรณี คือ ตามพระธรรมวินัย และตามกฎหมาย โดยตามพระธรรมวินัยจะมี 2 ลักษณะ คือ 1.เปลื้องจีวร เปล่งวาจาสึก 2.อาบัติปาราชิก ส่วนตามกฎหมาย คือ ตามมาตรา 29 และ 30 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าทั้งอดีตพระพรหมดิลก และอดีตพระอรรถกิจโสภณ พ้นจากสมณเพศแล้ว แต่ทางพระธรรมวินัย พศ.มิอาจก้าวล่วง จึงจะทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองเป็นผู้พิจารณา และหลังจากที่ได้ผลการพิจารณาจากเจ้าคณะผู้ปกครองแล้ว จึงจะนำมาสรุปและพิจารณาดำเนินการต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 61