อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

โค้งสุดท้าย!เยาวชนช้างเผือกขอรับ'ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ'

กสศ. เปิดโอกาสช่วงโค้งสุดท้ายให้เยาวชนช้างเผือกสายอาชีพ ขอรับ "ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ" ถึง 28 ก.ย.นี้  ทุนแรกของประเทศไทยที่จะเติมเต็มโอกาสและพัฒนาศักยภาพเยาวชนสายอาชีพสู่บุคลากรชั้นนำของประเทศ   เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 13.33 น.


เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเยาวชนสายอาชีพจากทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครขอรับ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่ในขั้นตอนการแนบเอกสารแบบรับรอง โดยการสมัครมาจากหลายช่องทาง ทั้งผู้ที่สนใจสามารถสมัครขอรับทุนด้วยตัวเอง สถานศึกษาอาชีวศึกษาสามารถเสนอชื่อศิษย์เก่า และสถานศึกษาที่เปิดสอนปริญญาตรีเสนอชื่อศิษย์ปัจจุบัน

“ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” เป็นนามที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุนนี้เป็นทุนแรกของประเทศไทยที่เติมเต็มโอกาสให้แก่เด็กช้างเผือกสายอาชีพ/อาชีวศึกษา สนับสนุนสร้างกำลังคนสายอาชีพเพื่อพัฒนาประเทศ โดยจากการสำรวจพบว่าเด็กด้อยโอกาสกว่าร้อยละ 80 คาดหวังอยากจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ดังนั้นหากเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับทุนการศึกษาก็มีแนวโน้มที่จะหลุดออกนอกระบบ ประเทศไทยจะสูญเสียทรัพยากรที่มีความสามารถไปอย่างน่าเสียดาย สอดคล้องกับข้อมูลเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส พบว่ามีโอกาสศึกษาต่อระดับสูงเพียงร้อยละ 5 หรือ 8,000 คนต่อรุ่นเทียบกับค่าเฉลี่ยของประชากรประเทศที่มีโอกาสถึงร้อยละ 30 เยาวชนช้างเผือกที่เป็นกลุ่มนักเรียนยากจน ต่างก็มีความฝันและมีศักยภาพ ดังนั้น “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” จึงเป็นการสานฝันและส่งเสริมเยาวชนสายอาชีพ/อาชีวศึกษาให้ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีและต่อเนื่องไปจนถึงปริญญาโทและเอก โดยไม่มีข้อผูกมัด ทุนจะครอบคลุมตั้งแต่ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าสนับสนุนโครงการและงานวิจัย และค่าใช้จ่ายรายเดือน รวมมูลค่ากว่าปีละ 200,000 บาท” นางสาวธันว์ธิดา กล่าว   
 
สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน คือเยาวชนที่จบการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ปวส. อนุปริญญา ในปีการศึกษา 2562 และกำลังเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 ในหลักสูตรต่อเนื่องหรือเทียบโอน หรือ 4 ปี ใน 10 สาขาวิชาที่เป็นเป้าหมายหลัก คือ First S-Curve อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ , อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ,การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ , เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ  การแปรรูปอาหาร และ New S-Curve อุตสาหกรรมอนาคต เช่น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม,การบินและโลจิสติกส์ ,เชื้อเพลิง ,ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร รวมถึง สาขาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งนี้ผู้สมัครต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และอยู่ในลำดับไม่เกินร้อยละ 20 บนของสาขาที่จบการศึกษา , มีผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับชาติหรือระดับภาค , ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งนักศึกษา ครู อาจารย์ และสถาบันการศึกษา สามารถสมัครขอทุนได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กันยายน 2563 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ทาง www.eef.or.th  โทร.0-2079-5475 กด 4

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 49