อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

"มารีน่า" เข้าใจชีวิตมีขึ้นมีลง เต็มที่กับทุกโอกาส

มารีน่า บาเล็นซิเอก้า เข้าใจชีวิตมีขึ้นมีลง ทุกข์อยู่ไม่นานสุขก็เช่นกัน ไม่คิดเปรียบเทียบกับใคร ขอเต็มที่กับทุกโอกาส พัฒนาตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของชีวิต พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 18.18 น.


สาวเท่ น่ารัก เจ้าเสน่ห์ มารีน่า-ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า ที่หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตา เธอคือ น้องสาวของ "มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ นางเอกช่อง 3 ล่าสุดโชว์ฝีมือในบท คุณแอ้ ’   หรือ ทิพยางศุ์  หญิงสาวช่างฝัน บูชาความรัก มองโลกในแง่ดี และแต่งตัวจัดจ้าน สร้างสีสันให้กับละคร ‘ฝ้ายแกมแพร’ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 “ บันเทิงเดลินิวส์”  มีโอกาสได้เจอ “สาวมารีน่า” เลยให้เล่าถึงงานในวงการบันเทิง รวมถึงธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพ Mari’s bowl พร้อมอัพเดทความรักกับแฟนหนุ่มนักธุรกิจนอกวงการ ดีกรีทายาทโตโยต้า ธนบุรี อย่างหนุ่ม เนม-ธฤต ภูวนัตตรัย ให้ฟังอีกด้วย

Q : ตอนนี้ละคร ‘ฝ้ายแกมแพร’ กำลังเข้มข้น?
          
“ละครออนแอร์ไปสักพักแล้ว แฟน ๆ ให้การตอบรับค่อนข้างดี หลายคนไม่คิดว่าเราจะรับบทอะไรแบบนี้ แต่เขาก็เป็นแฟนคลับ คุณแอ้’ โดยเฉพาะสไตล์การแต่งตัวที่เป็นที่พูดถึงกันมาก ถือว่าได้ฉีกลุคไปอีกแบบ แอบสงสัยเหมือนกันว่า พี่ฉอด-สายทิพย์ เห็นอะไรในตัวเรา(ยิ้ม) ถึงให้มาเล่นบทนี้ เพราะ คุณแอ้’ มีความเป็นตัวเองสูงมาก อยากจะสู้เพื่อความถูกต้อง แล้วเขาเป็นคนบูชาความรักมาก เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อความรักของเขา สิ่งที่ยากสำหรับบทนี้คือ การเป็น ‘คุณแอ้’ ให้ได้อย่างถ่องแท้ เพราะตัวละครค่อนข้างไกลจากความเป็นเรา ต้องทำความเข้าใจเขาให้มาก ๆ เราห้ามไปตัดสินตัวละครตัวนี้เด็ดขาด ถ้าไม่ทำการบ้านดีจริง ๆ คุณแอ้’ จะถูกมองว่าเป็นคนเฟคได้เลยค่ะ” 



Q : ความน่าสนใจของตัว ‘แอ้’ อยู่ตรงไหน ?
           “น่าว่ากระบวนการความคิดของเขา เขาเป็นคนจิตใจดี อยากให้ทุกคนได้เท่าเทียมกัน เพราะเขาก็จะมีความไม่เข้าใจว่าทำไมคุณแม่ ในเรื่องคือ น้าดี้-ชนานา จะต้องเหยียด 'จารวี' รับบทโดย แก้ว-จริญญา ว่าเขาเป็นแค่คนใช้ แต่เราก็จะเกิดคำถามว่าทำไมล่ะ เราก็เป็นคนเหมือนกัน เขาเป็นคนไม่แบ่งชนชั้น แต่การกระทำหลายอย่างก็เป็นการแบ่งชนชั้นโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วเรื่องนี้น่าได้ทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต หลายคนจะเห็นว่ามีภาพน่าเล่นกับเด็กด้วย อันนี้หลุดออกไปได้ยังไงก็ไม่รู้น่ากลัวจริง ๆ ความใฝ่ฝันของแอ้คือการมีครอบครัวนั่นแหละ แต่อุปสรรคเยอะเหลือเกิน (ยิ้ม) ด้วยบทก็ควรเป็นคนที่โตแล้ว อยู่ในวัยทำงาน แต่นิสัยของ ‘แอ้’ คือ เด็กมาก สิ่งที่เขาทำก็เหมือนเด็กคนนึงที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ คำนี้ใช้ได้จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ เพราะเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของน่ากับช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ด้วยค่ะ”

Q : มีโอกาสได้รับบทที่หลากหลาย จริง ๆ แล้วอยากรับบทแบบไหน ?
          “ตอบยากเหมือนกันนะคะ เพราะก่อนหน้านี้เราก็เล่นบทที่ท้าทายมาก ๆ อย่าง ‘ซ่อนเงารัก’ ก็ดราม่าเต็ม ๆ นึกไม่ถึงว่าชีวิตนี้อยากเล่นเป็นแฝด พอมีโอกาสเข้ามา เราก็ต้องเล่นให้ได้ ส่วน ‘ฝ้ายแกมแพร’ ก็ท้าทายแบบใส ๆ เรื่องต่อไปน่า อยากลองแบบร้ายลึก ฉลาดสุด ๆ ไปเลย ข้อดีของการเป็นนักแสดงอิสระ คือ ทำให้เรามีโอกาสได้ร่วมงานกับคนใหม่ ๆ ทำให้เรามีผลงานที่มีกลิ่นอายที่ต่างกัน ในส่วนของปริมาณงาน น่าไม่มองว่าเป็นการแข่งขัน แค่รู้สึกว่าโอกาสที่เข้ามายิ่งสูงแค่ไหน เราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ได้มากขึ้นเท่านั้น



Q : ทำงานในวงการบันเทิงมานานแค่ไหนแล้ว?
          “เกือบ 10 ปีแล้วนะคะ ถ้านับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเดินแบบและเล่นละคร เราทำงานมานานแล้วจริง ๆ (ยิ้ม) ถึงไม่ได้ซีเรียสกับอะไร ทำงานของเราไปเรื่อย ๆ คือ เราก็มีเป้าหมาย แต่ไม่ได้เอาตัวเองเปรียบเทียบกับใคร ตอนนี้เราอยากเป็นนักร้อง เป็นศิลปินที่มีคุณภาพ ขึ้นโชว์ในคอนเสิร์ตให้คุ้มกับที่คนเสียเวลา เสียตังค์มาดูเรา เราอยากเอาดีด้านการร้องเพลง เพราะการแสดงรู้สึกว่าเหนือการควบคุมของเรา โอกาสที่จะได้เล่นนทต้องเป็นสิ่งที่คนมอบให้เรา เวลามีโอกาสได้เล่น ก็ต้องเล่นให้ดีที่สุด ส่วนเพลงคือสิ่งที่น่าต้องสร้างขึ้นมาเอง และมีโอกาสที่จะพัฒนาด้วยตัวของน่าเอง คือ การที่เราสร้างผลงานชิ้นนึงที่มาจากตัวเราจริง ๆ การเล่นละครคือสิ่งที่เราต้องรอ ถ้ามีบทดี ๆ เข้ามาก็ถือว่าเราโชคดีไป”

Q : 10 ปีที่ผ่านมาทำให้ตกผลึกอะไรบ้าง?
          “เมื่อก่อนเราเรียนไป ทำงานไป โฟกัสเราไม่ได้อยู่ที่จุดในจุดนึง ทำงาน ๆ เสร็จแล้วก็เอาเงินมาจ่ายค่าเทอม เป็นวงจรแบบนั้น พอเรียนจบแล้วจริง ๆ ต่างหาก เราถึงมาเริ่มมองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ถึงได้เริ่มการเป็นศิลปิน น่าว่า 10 ปีที่ผ่านมา การทำงานในวงการสอนเรื่องการใช้ชีวิต การมีวินัยมากกว่า เราไม่ได้เครียดว่าทำไมไม่มีงานเข้ามา เพราะงานก็มีมาพอดีกับตารางที่เรามีพอดี ณ ตอนนี้พอเรียนจบแล้ว น่าอยากทำงานเพลง เพราะรู้สึกว่ายังเต็มที่ได้มากกว่านี้”



Q : มองยังไงกับชื่อเสียงที่มาแบบฉาบฉวย?
          “น่าคิดมาตลอดว่า ทุกข์แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไป สุขก็เหมือนกัน กราฟชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลง การที่เราลงไม่ใช่ว่าเราจะขึ้นไม่ได้ เราก็เลยต้องทำงานพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็อยู่ที่เนื้องาน ไม่ได้อยู่ที่กระแสที่เข้ามา ตอนนี้น่ามีแฟนคลับคอยตามมากขึ้น ก็เป็นกำลังใจที่ดี น่าเปรียบ ‘แฟนคลับ ’ เป็นเหมือน ‘ผ้าห่ม ’ คือ ท้ายที่สุดแล้ว เขาคอยซัพพอร์ตเรา ฉะนั้นก็ต้องใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนทำงานเสร็จแล้วก็กลับบ้าน แต่ตอนนี้ทำงานอะไรก็ต้องอัพเดทเขานึดนึง ต้องแคร์เขาเหมือนกับที่เขาแคร์เราด้วยค่ะ” 

Q : นอกจากละคร ก็ยังมีผลงานเพลงให้แฟน ๆ ได้ติดตาม? 
          “ใช่ค่ะ ตอนนี้เพิ่งปล่อยเพลงไป 2 เพลง คือ เพลง 'ติด' ส่วนอีกเพลงเป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรก ชื่อว่า 'Eyes On Me' มีโอกาสได้ร้องฟีเจอริ่งกับ พี่ป๊อก ไมนด์เซต และ พี่โต้ง ทูพี ด้วยค่ะ ฟีดแบ็กทั้ง 2 เพลงก็โอเคค่ะ ในอนาคตถ้ามีโอกาส ก็อยากทำงานเพลงของเราไปให้ถึงต่างประเทศ รู้สึกว่ายังเต็มที่ได้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรานะคะ นักร้องหลาย ๆ คน เรารู้สึกว่าเขามีประสิทธิภาพในการที่จะไปถึงตรงนั้นได้ โลกเราเปลี่ยนไปเร็วมาก รู้สึกว่าแค่โซเชียลมีเดีย ก็ทำให้เป็นจริงได้แล้ว น่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม ฟังดูเหมือนยิ่งใหญ่นะคะ คือเราไม่ได้แบบว่าต้องไปให้ได้ แต่เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อที่จะมีโอกาสไปตรงนั้น จะได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่อง ทุกวันนี้แค่เราปล่อยเพลงในยูทูบ ก็สามารถฟังได้ทั่วโลกแล้ว ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีใครมาฟังหรือเปล่า และการที่เราจะไปถึงตรงนั้นได้ ก็คือการทำเพลงออกมาเป็นภาษาอังกฤษให้มากขึ้นค่ะ”




Q : พอได้ร่วมงานกับ “ ป๊อก-ภัสสรกรณ์” (สามีมาร์กี้) ก็มีข่าวดราม่าเกิดขึ้น?
          “จริง ๆ ก็งงมากว่ามาจากไหน ตอนที่อ่านก็ไม่ได้นึกถึงตัวเรา แต่ก็ดีใจที่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับเรา ก็ยังมาช่วยปกป้อง เขาไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ถึงขั้นบั่นทอน แค่รู้สึกว่ามันคือเรื่องปกติเหรอ การที่คบชู้ น่ารู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ผิด เป็นอะไรที่ไม่เคยอยู่ในหัวสมองเรา โชคดีที่ครอบครัวเราเป็นคนไม่คิดมาก ซึ่งทุกคนก็ยุให้ฟ้อง แต่เราอ่านแล้วก็ไปดูในคอมเมนต์ ไม่มีใครเชื่อ ถ้าจะไปฟ้องก็รู้สึกว่าเสียเวลา เพราะคนเขาก็รู้ว่าเราคงไม่ไปทำอะไรต่ำขนาดนั้น เลยเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่อยากให้เขามาหากินกับเรื่องแบบนี้ ช่วงนั้นก็เลยฝากเพลงซะหน่อย ไหน ๆ คนก็สนใจแล้ว(หัวเราะ)”

Q : แฟนหนุ่ม “เนม-ธฤต” ว่ายังไงบ้าง?
          “ต้องบอกว่าพีคมากกว่าข่าว ก็คือการโยงผิดคน จริง ๆ ข่าวเขียนผิดมาเป็นปี ๆ แล้ว น่าก็เลยลงรูปบอกชื่อที่ถูกต้องไปเลยดีกว่าค่ะ เขาก็ขำค่ะ บอกว่าขนาดชื่อเขายังเขียนไม่ถูกเลย แล้วมีอะไรที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ”



Q : อัพเดทเรื่องความรักสักนิด?
          
“ก็เรื่อย ๆ ค่ะ เราคบกันมา 2 ปีแล้ว เขาเป็นคนซัพพอร์ตที่ดี ถามว่าเอาใจไหม ก็แล้วแต่เคสไป แต่เขาเป็นคนที่นึกถึงเราก่อนเป็นอันดับแรก นี่คือสิ่งที่เราชื่นชม เราคบเขาเหมือนเป็นเพื่อนมากกว่า เราไม่ได้ตัดสินว่าวันวาเลนไทน์แล้วต้องมีอะไรพิเศษหรือเปล่า แต่ในวันปกติเป็นยังไง น่าว่าสำคัญกว่า เราไม่ใช่คนที่เฝ้ารอโมเมนต์โอกาสสำคัญ พอโตขึ้นเรายิ่งโฟกัสกับตัวเอง อยากได้อะไรก็ต้องทำงาน เพื่อที่จะได้มา ไม่ใช่มารอเจ้าชายนำมามอบให้ เชื่อว่าทุกอย่างสร้างได้ด้วยสองมือของเราค่ะ” (สุดยอด!!)

Q :มาถึงคำถามสุดท้าย นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้วยังทำธุรกิจด้วย?
          “ใช่ค่ะ คือ เราเป็นคนชอบกินอยู่แล้ว และใส่ใจกับสุขภาพด้วย เพราะคนในครอบครัวปัญหาเรื่องสุขภาพและป่วย เรารู้สึกว่าแก่ไปแล้วไม่อยากเป็นแบบนี้ พอช่วงโควิด-19 เลยกลายเป็นมาสเตอร์เชฟขึ้นมาเลย (ยิ้ม) แล้วฟีดแบ็กจากคนรอบข้างค่อนข้างดี รู้สึกว่าอาจจะเป็นโอกาสที่ดี ถ้าทำให้ทุกคนได้ลองชิมกัน เลยเป็นที่มาของร้าน ‘Mari ‘s bowl’ (มาริส์ โบวล์) ซึ่งเราทำร่วมกับร้านฮอบส์ ให้เขาช่วยจัดการระบบ ขนส่งอาหาร หรือตอบคำถามลูกค้า ตอนนี้เริ่มพรีออร์เดอร์แล้ว ดีใจที่คนให้ความสนใจตรงนี้ค่ะ ฝากร้านอาหารสุขภาพ ในราคาที่ไม่แพง ที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพ กินเข้าไปแล้วดีต่อร่างกาย และดีต่อใจด้วย ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่อินสตาแกรม @marisbowl ค่ะ” เก่งจริงนะตัวแค่เนี้ย..


 




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 25