อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

สภาผู้แทนฯสหรัฐผ่าน3ร่างกฎหมาย หนุน'ม็อบฮ่องกง'

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเอกฉันท์ ผ่านร่างกฎหมาย 3 ฉบับ สนับสนุน "สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและประชาธิปไตย" ของฮ่องกง และห้ามบริษัทของอเมริกาขายแก๊สน้ำตาให้กับตำรวจฮ่องกง พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 07.15 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวันอังคาร ผ่านร่างกฎหมาย 3 ฉบับเกี่ยวกับสถานการณ์ในฮ่องกง โดยร่างกฎหมายฉบับแรกว่าด้วย "การปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง" กำหนดให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐต้องจัดทำรายงานทุกปีเพื่อยืนยันสถานะ "การปกครองตนเอง" ของฮ่องกง เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถานะพิเศษของเขตบริหารแห่งนี้ และเพื่อรักษาสถานะของฮ่องกงของการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินโลกต่อไป
 
 

ร่างกฎหมายฉบับที่สองว่าด้วย "การพิทักษ์ฮ่องกง" ที่จะเป็นการห้ามผู้ประกอบการของสหรัฐส่งออกสินค้าทางทหารและอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน ที่รวมถึงแก๊สน้ำตา ให้แก่สำนักงานตำรวจฮ่องกง และร่างกฎหมายฉบับที่สามว่าด้วย "การยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องกงกับสหรัฐเป็นกรณีพิเศษ"  โดยประณามรัฐบาลปักกิ่ง "แทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง" และยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐต่อ "สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของชาวฮ่องกง" ด้วย


 
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเป็นเอกฉันท์เช่นกัน สนับสนุนนโยบายของแคนาดาต่อบริษัทหัวเว่ยของจีน และกระบวนการทางกฎหมายของรัฐบาลออตตาวาต่อน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ทายาทคนโตของหัวเว่ย ซึ่งถูกจับกุมในพื้นที่รอเปลี่ยนเที่ยวบินของท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์ เมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว ตามหมายจับของศาลรัฐบาลกลางสหรัฐนครนิวยอร์ก ที่ต้องการตัวเธอในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาละเมิดกฎหมายการคว่ำบาตรอิหร่าน


นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา
 
ด้านนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวแสดงความชื่นชมความเป็นเอกภาพของที่ประชุม ในการสนับสนุนและปกป้องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของฮ่องกง อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายทั้งหมดต้องผ่านการอภิปรายและลงมติโดยวุฒิสภา ซึ่งยังไม่มีกำหนดการชัดเจนในเรื่องนี้ และยิ่งไปกว่านั้นคือแม้วุฒิสภามีมติรับรอง แต่ร่างกฎหมายจะมีผลสมบูรณ์เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเท่านั้น ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวเพียงว่า เขาเชื่อมั่นในความสามารถของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งจะยุติปัญหานี้ได้ "ด้วยความเมตตาปรานีและมีมนุษยธรรม".

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    21%
  • ไม่เห็นด้วย
    79%

บอกต่อ : 77