อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

นายกฯไอร์แลนด์เป็นหมออาสา ช่วยชาติสู้โควิด-19

นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ซึ่งเป็นแพทย์ก่อนมาเล่นการเมือง ประกาศกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือบุคลากรสาธารณสุขในประเทศต่อสู้กับวิกฤติ "โควิด-19" จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 09.58 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ว่าทำเนียบนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ว่านายกรัฐมนตรีลีโอ วารัดการ์ ได้ลงทะเบียนเป็นแพทย์อาสาสมัคร แล้วจะทำงานสัปดาห์ละ 1 กะ เพื่อเป็นการเสริมทัพให้กับบุคลากรการแพทย์ ในการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
 

 
ผู้นำไอร์แลนด์กล่าวว่า สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิทของเขาหลายคนยังคงทำงานอยู่ในระบบสาธารณสุข และท่ามกลางภาวะวิกฤติเช่นนี้ เขามีความมุ่งมั่นใช้ความรู้ที่เคยร่ำเรียนมาได้ช่วยเหลือสังคมอีกครั้ง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี โดยวารัดการ์ วัย 41 ปี เติบโตในครอบครัวที่บิดาเป็นแพทย์ และมารดาเป็นพยาบาล สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยดับลิน

เมื่อปี 2546 เคยทำงานที่โรงพยาบาลมุมไบในอินเดีย และโรงพยาบาลเซนต์เจมส์ ในกรุงดับลิน ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ด้วย ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงสาธารณสุข ในสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีเอนดา เคนนีย์ เมื่อปี 2557


 
ทั้งนี้ นายไซมอน แฮร์ริส รมว.กระทรวงสาธารณสุขไอร์แลนด์ ประกาศเมื่อเดือนที่แล้ว ขอความสนับสนุนจากบุคลากรการแพทย์ที่เกษียณอายุไปแล้ว หรือลาออกก่อนกำหนด เพื่อร่วมภารกิจฝ่าฟันโรคโควิด-19 ที่บุคลากรการแพทย์ทั่วโลกกำลังเป็น "กองทัพหน้า" ในการต่อสู้กับโรคระบาดดังกล่าว
 

 
สำหรับมาตรการของรัฐบาลไอร์แลนด์เพื่อยับยั้งสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในประเทศนั้น เข้าสู่กระบวนการให้ประชาชน "อยู่แต่ในบ้าน" ร่วมด้วยการปิดสถานประกอบการแทบทั้งหมด เหลือไว้เพียงร้านอาหาร คลินิก ร้านขายยา และระบบขนส่งสาธารณะซึ่งให้บริการอย่างจำกัด ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา
 
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขไอร์แลนด์ยืนยันการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 คนแรก เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสมประมาณ 5,000 คน รักษาหายแล้ว 25 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 158 คน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21