อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563

ทำความรู้จัก'Black Power Salute' สัญลักษณ์ความเท่าเทียม'คนผิวสี'

ทำความรู้จักกับที่มาของ "Black Power Salute" สัญลักษณ์อันโด่งดังเพื่อสิทธิความเท่าเทียมของ "คนผิวสี" จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 20.30 น.


ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ยังคงทวีความรุนแรงและได้รับความสนใจจากทั่วโลก สำหรับการประท้วงและจลาจลสีผิวในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีชนวนเหตุจากการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีอายุ 46 ปี ที่รัฐมินนิโซตา ซึ่งหากพูดถึงปัญหาการอคติทางเชื้อชาติ นับเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกและยากจะแก้ไขในสังคมอเมริกัน ที่ซึ่งหลายๆคนกล่าวว่า เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ โอกาส ความหลากหลาย และความเท่าเทียมกัน 

นับจากยุคค้าทาสเมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อน สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่จนปัจจุบัน คือ การแบ่งแยกชนชั้นที่เป็นมรดกของการล่าอาณานิคม ที่มีที่มาจากการมาถึงของ "ชาวยุโรปผิวขาว" บนแผ่นดินอเมริกาและตั้งตัวเป็นนายเจ้าของประเทศ ผลักให้ชนพื้นเมืองดั้งเดิมกลายเป็นอีกชนชั้นที่อยู่ถัดลงไป เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก ตามด้วย "การซื้อขายแรงงานทาสผิวดำ" จากแอฟริกาที่ลดค่าความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมโลกลงเป็นเพียงวัตถุและสินค้าชิ้นหนึ่ง ที่ไม่มีแม้กระทั่ง "ชื่อ" ให้เรียกขาน



ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ50ปีที่แล้ว ในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติอย่าง "โอลิมปิก" ปี 1968 ที่แม็กซิโกซิตี้ ก็ได้เกิดประวัติศาสตร์ของคนผิวสีขึ้น เมื่อ "ทอมมี่ สมิธ" และ "จอห์น คาร์ลอส" สองนักวิ่งผิวสีจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้คว้าเหรียญทอง และเหรียญทองแดง ในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร 

ในระหว่างที่กำลังขึ้นรับเหรียญรางวัลนั้นเอง ทั้งคู่ไม่ใส่รองเท้าแต่สวมเพียงถุงเท้าและถุงมือสีดำ และระหว่างที่เพลงชาติสหรัฐฯ กำลังบรรเลง ทั้งสองได้ชูกำปั้นขึ้นเป็นสัญลักษณ์ "Black Power Salute" ที่สื่อถือการเรียกร้องสิทธิคนผิวสีในสหรัฐฯ และการถอดรองเท้าออกเหลือเพียงถุงเท้าสีดำ ก็เป็นการสื่อสารว่าชีวิตของคนดำในสหรัฐฯ นั้นมีความยากลำบากมากจนไม่สามารถหาซื้อรองเท้าได้ แต่หลังจากนั้นทางคณะกรรมการโอลิมปิก็ได้แบนสมิธกับคาร์ลอสออกจากการแข่งขัน ทั้งยังสั่งให้พวกเขาออกจากหมู่บ้านนักกีฬาในทันทีอีกด้วย



แต่จากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของทั้งสองคนนั้นเอง คือการแสดงออกครั้งใหญ่ในกีฬาโอลิมปิกและทำให้โลกตื่นตัว ที่จะทำความเข้าใจว่า ...การเหยียดสีผิวนั้นเป็นบ่อนทำลายเพื่อนมนุษย์ขนาดไหน...



เครดิตภาพ : AP, REUTERS



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32