อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563

บราซิลปรับเปลี่ยนการรายงานสถิติโควิด-19 ประจำวัน

ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในบราซิลเพิ่มต่อเนื่องเป็นมากกว่า 35,000 คน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมมากกว่า 672,000 คน แต่นับจากนี้รัฐบาลบราซิลจะเผยข้อมูลเฉพาะในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ไม่มีการคำนวณสะสมอีกต่อไป อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 10.33 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่ากระทรวงสาธารณสุขของบราซิลออกรายงานเมื่อวันเสาร์ รายงานสถานการณ์รายวันของโรคโควิด-19 ภายในประเทศ ว่าจำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 672,846 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยใหม่ 27,075 คนภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 35,930 คน หลังมีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 904 คน
 

 
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร กล่าวในวันเดียวกันว่า สถิติที่กระทรวงสาธารณสุขของบราซิลเปิดเผยออกมาทั้งหมด ไม่สามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัด "สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง" ภายในประเทศได้ ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลัง "ปรับปรุงแก้ไข" วิธีการและรูปแบบการนำเสนอข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ หลังจากนั้นไม่นาน ข้อมูลปัจจุบันและข้อมูลย้อนหลังหลายเดือนเกี่ยวกับสถิติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในบราซิล หายไปจากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข https://covid.saude.gov.br/
 

 
แม้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 กลับมาปรากฏบนเว็บไซต์อีกครั้งภายในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา แต่เป็นการเผยสถิติเฉพาะในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ไม่มีการรายงานสถิติสะสม และไม่มีการให้สืบค้นข้อมูลย้อนหลังอีกต่อไป บวกกับการที่กระทรวงสาธารณสุขของบราซิลรายงานสถิติโรคโควิด-19 ประจำวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าช้ากว่ากำหนดนานถึง 5 ชั่วโมง ยิ่งเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากสังคมเกี่ยวกับ "ความโปร่งใส"
 
นายเปาโล เจโรนิโม เดอ ซูซา ประธานสมาคมสื่อมวลชนบราซิล กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าความโปร่งใสของข้อมูลเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาด แต่รัฐบาลของโบลโซนาโรกลับพยายาม "ปิดปากสื่อ" จนนาทีสุดท้าย ขณะที่ต่อมาผู้นำบราซิลกล่าวเชิงประชดประชันเกี่ยวกับรายการ "จอร์นัล นาซิโอนัล" ซึ่งเป็นรายการข่าวภาคค่ำเรตติ้งสูงที่สุดของประเทศว่า "ชอบรายงานว่าชาวบราซิลเสียชีวิตเยอะเพราะโรคนี้" รัฐบาลจึงต้องจัดทำข้อมูล "ให้มีความเที่ยงตรงมากที่สุด".

เครดิตภาพ : REUTERS
    


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 36