อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563

ทรัมป์ปลุกความเป็นชาตินิยมบนภูเขารัชมอร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติของสหรัฐปีนี้ บนภูเขารัชมอร์ ประณามพฤติกรรมรุนแรงของผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิว ซึ่งทำลายสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.02 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคีย์สโตน รัฐเซาท์ดาโกตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงพื้นที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติภูเขารัชมอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเซาท์ดาโกตา เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติ 4 ก.ค.  ซึ่งปีนี้ครบรอบปีที่ 244 ของการสถาปนาประเทศ
 

 
ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่าภูเขารัชมอร์เป็นสมบัติของชาติ และจะคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป ไม่มีทางที่ใครจะสามารถทำลายใบหน้าของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของสหรัฐทั้ง 4 คน ผู้ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดี และ  "วีรบุรุษ" ของประเทศ คือนายจอร์จ วอชิงตัน นายโธมัส เจฟเฟอร์สัน นายธีโอดอร์ รูสเวลต์ และนายอับราฮัม ลินคอล์น
 

 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมทางเชื้อชาติและสีผิวที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในสหรัฐ และสถานการณ์ครั้งล่าสุดซึ่งมีชนวนเหตุจากการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่รัฐมินนิโซตา ก่อให้เกิดความรุนแรงมากกว่าสถานการณ์หลายครั้งที่ผ่านมา โดยมีการทำลายสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐหลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นอนุสาวรีย์และรูปปั้นของบรรดานายพลสมาพันธรัฐอเมริกา แค่ตอนนี้มีการพุ่งเป้ามาที่ภูเขารัชมอร์มากขึ้น ด้วยเหตุผลว่า วอชิงตันและเจฟเฟอร์สัน "มีทาสอยู่ในครอบครอง"
 

 
ทรัมป์กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งว่า ฝ่ายซ้ายกำลังพยายามปลุกระดม "การปฏิวัติวัฒนธรรม" เพื่อทำลาย "การปฏิวัติอเมริกัน" ตอนนี้เด็กจำนวนมากกลับได้รับการปลูกฝังตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียน ให้เกลียดชังบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง การสร้างกรอบแนวคิด "วัฒนธรรมการคว่ำบาตร" เป็นอุปาทานหมู่ให้เลิกสนับสนุนบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะบุคคลนั้น "กระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม"  ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองเห็นด้วย ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับ "ความเป็นเผด็จการ"

ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐย้ำว่า บุคคลใดก็ตามที่สร้างความเสียหายและทำลายสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ อาจต้องรับโทษจำคุกนานสูงสุดถึง 10 ปี ตามคำสั่งฝ่ายบริหาร ซึ่งทรัมป์ลงนามเมื่อปลายเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าด้วยการปกป้องอนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปปั้นทางประวัติศาสตร์ อันเนื่องมาจาก "การประทุษร้ายที่รุนแรง".

เครดิตภาพ : AFP, REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    53%
  • ไม่เห็นด้วย
    47%

บอกต่อ : 32