อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

ผลวิจัยชี้อีก80ปีประชากร ของไทยลดลงครึ่งหนึ่ง

รายงานผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า สิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ปี ค.ศ. 2100 หรือ พ.ศ. 2643 โลกจะมีประชากร 8.8 ล้านคน น้อยกว่าแนวโน้มคารดการณ์ขององค์การสหประชาชาติราว 2,000 ล้านคน และกว่า 20 ประเทศรวมถึงไทย ประชากรจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน และเมื่อถึงปีนั้นชาติมหาอำนาจโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 ประเทศ พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 18.04 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า รายงานผลการศึกษาวิจัยครั้งใหญ่ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์นานาชาติ ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสารแลนเซต (The Lancet) เล่มล่าสุด ระบุว่า เมื่อถึงสิ้นศตวรรษนี้ 183 ใน 195 ประเทศทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่มีนโยบายต่อต้านการไหลบ่าเข้า ของผู้อพยพต่างชาติ จะอยู่ในภาวะขาดสมดุลประชากร เนื่องจากอัตราการเกิดลดลง และจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

กว่า 20 ประเทศ รวมถึง ญี่ปุ่น สเปน อิตาลี ไทย โปรตุเกส เกาหลีใต้ และโปแลนด์ ประชากรจะลดลง “อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง” จากจำนวนในปัจจุบัน โดยจีนประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน (1,439.57 ล้านคน) อีก 80 ปีข้างหน้าตัวเลขจะลดลงเหลือประมาณ 730 ล้านคน

แต่ทวีปแอฟริกาจะสวนทาง ประชากรจะเพิ่มขั้นประมาณ 3 เท่า โดยไนจีเรียประเทศประชากรมากที่สุดในทวีปในปัจจุบัน (206.3 ล้านคน)  จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 800 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลกในขณะนั้น รองจากอินเดียซึ่งคาดว่าจะมีประชากรประมาณ 1,100 ล้านคน (ปัจจุบัน 1,380.6 ล้านคน)

 
นายคริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผอ.สถาบันชี้วัดและประเมินผลด้านสุขภาพ หรือ ไอเอชเอ็มอี (Institute for Health Metrics and Evaluation) มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา หัวหน้าทีมผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ กล่าวว่า เนื่องจากอัตราการเกิดลดลง และเกณฑ์อายุยืนยาวโดยเฉลี่ยสูงขึ้นทั่วโลก คาดว่าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จะลดกว่า 40 % จาก 681 ล้านคนในปี พ.ศ. 2560 เหลือ 401 ล้านคนในปี 2643 และเมื่อถึงปีนั้น จะมีประชากรโลกอายุ 65 ปีขึ้นไป ประมาณ 2,370 ล้านคน หรือกว่า 25 % ของประชากรโลกทั้งหมด ส่วนกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป จะเพิ่มจากประมาณ 140 ล้านคนในปัจจุบัน เป็น 866 ล้านคน

ผลวิจัยบ่งชี้ว่า ในปี พ.ศ. 2643 โลกจะมีมหาอำนาจทางทหารสูงสุด 4 ประเทศคือ อินเดีย ไนจีเรีย จีน และสหรัฐอเมริกา

 
ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ คาดว่าในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) จีนจะแซงหน้าสหรัฐ ขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก แต่จะถูกสหรัฐแซงคืน กลับลงมาอยู่อันดับ 2 อีกเมื่อถึงปี พ.ศ. 2643 โดยอินเดียจะอยู่อันดับ 3 ส่วนญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร จะยังอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก ขณะที่บราซิลคาดว่าจะหล่นจากอันดับ 8 ของโลกในปัจจุบัน ไปอยู่อันดับ 13 รัสเซียจากอันดับ 10 ไปอยู่อันดับ 14  โดยอิตาลีและสเปนจะหลุดจากกลุ่ม 15 อันดับแรก ไปอยู่ที่อันดับ 25 และ 28 ของโลก ตามลำดับ
อินโดนีเซีย ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน อีก 80 ปีข้างหน้าคาดว่าจะขึ้นสู่อันดับ 12 ของโลก ส่วนไนจีเรียประเทศเศรษฐกิจอันดับ 1 ของทวีปแอฟริกา และอันดับ 28 ของโลกในขณะนี้ คาดว่าจะขึ้นสู่อันดับ 10 .

 
คาดการณ์แนวโน้มประชากรโลก ขององค์การสหประชาชาติ ทำนายว่า ประชากรโลก (7,798.4 ล้านคน ในวันที่ 16 ก.ค. 2563) จะเพิ่มขึ้นเป็น 8,500 ล้านคนในปี พ.ศ. 2573, 9,700 ล้านคนในปี 2583  และ 10,900 ล้านคนในปี 2643.
 
เครดิตภาพ – XINHUA, REUTERS, Alkhaleej Today
คลิป - News Time

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    10%
  • ไม่เห็นด้วย
    90%

บอกต่อ : 43