อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

'อาลีบาบา'ถูกรัฐบาลปรับเงิน สูงสุดในประวัติศาสตร์จีน!

หน่วยงานด้านการตรวจสอบตลาดของรัฐบาลจีนมีคำสั่งให้ "อาลีบาบา" จ่ายค่าปรับ 18,300 ล้านหยวน หรือประมาณ 87,000 ล้านบาท จากการละเมิดกฎหมายผูกขาดการค้า เสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 เวลา 10.40 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่าสำนักงานกำกับดูแลด้านการตรวจสอบตลาดแห่งรัฐ ( เอสเอเอ็มอาร์ ) ประกาศเมื่อวันเสาร์ เรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากของอาลีบาบา กรุ๊ป หนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหางโจว ทางตะวันออกของจีน เป็นเงินทั้งสิ้น 18,300 ล้านหยวน ( ราว 87,855.64 ล้านบาท ) ฐานละเมิดกฎหมายผูกขาดการค้า ถือเป็นการลงโทษปรับผู้ประกอบการที่กระทำผิดในเรื่องนี้ เป็นวงเงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
 

ทั้งนี้ เนื้อหาในแถลงการณ์ของเอสเอเอ็มอาร์ระบุด้วยว่า อาลีบาบา "ละเมิดความได้เปรียบของตัวเอง" ด้วยการจำกัดหรือควบคุมกิจการของผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งอาศัยแพลตฟอร์มของอาลีบาบาในการทำธุรกิจ และขัดขวาง "กระบวนการหมุนเวียนสินค้าอย่างเสรี" โดยค่าปรับที่อาลีบาบาต้องจ่ายให้กับรัฐบาลปักกิ่ง มีสัดส่วนคิดเป็น 4% ของยอดจำหน่ายสุทธิเมื่อปี 2562 ซึ่งมีมูลค่า 455,712 ล้านหยวน ( ราว 2.18 ล้านล้านบาท )
 
อาลีบาบา ซึ่งร่วมก่อตั้งโดยจายแจ็ค หม่า เมื่อปี 2542 "เป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด" ของรัฐบาลปักกิ่ง หลังหม่าเข้าร่วมงานเสวนาทางธุรกิจ ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ปีที่แล้ว โดยหม่ากล่าววิจารณ์การทำงานเอสเอเอ็มอาร์อย่างหนัก ต่อจากนั้นเพียงไม่กี่วัน แอนต์ กรุ๊ป ผู้ประกอบการด้านฟินเทคใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเจ้าของบริการ "อาลีเพย์" ยกเลิกแผนการระดมทุนขายไอพีโอ "ในนาทีสุดท้าย" ท่ามกลางกระแสข่าวว่า "เป็นคำสั่งโดยตรง" จากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
 

ขณะที่หม่าหายหน้าไปจากสังคมประมาณ 3 เดือน ก่อนปรากฏตัวในการประชุมออนไลน์กับกลุ่มครูชนบทในจีน ที่ได้รับความสนับสนุนจากมูลนิธิแจ็ค หม่า ยกย่องนโยบายขจัดความยากจนของรัฐบาลปักกิ่ง ภายใต้การนำของคณะผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์ชุดปัจจุบัน พร้อมทั้งยืนยันว่ามูลนิธิแจ็ค หม่า จะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือครูชนบททั่วประเทศอย่างเต็มกำลังต่อไป.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

ความคิดเห็น