อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

พท.ปูดผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งสภาฯได้

“สุทิน” เผยปรับความเข้าใจ อนค. แล้ว ยอมรับเสียใจที่ประเมินพลาด ทำให้ ‘โรม’ ไม่ได้อภิปราย ด้าน “ชลน่าน” แย้ม “คำสั่งจากผู้ใหญ่ฝั่งรัฐบาลมีอำนาจสั่งสภาได้ ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.14 น.


เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง  ส.ส.มหาสารคราม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โดยมี 5 พรรค และมีตัวแทนกลุ่มอนาคตใหม่เข้าไปตอนท้าย  ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ทำงานกันเต็มที่และตั้งใจให้อภิปรายครบทุกคน การอภิปรายเป็นที่น่าพอใจ แม้วันแรกจะไม่พอใจเท่าไร และวางไว้ว่าวันสุดท้ายจะเป็นทีเด็ด แต่เสียดายว่าไปไม่ถึง ต้องโทษตัวเองว่าประเมินรัฐบาลผิดพลาด  และผู้อภิปรายของฝ่ายค้านเกินเวลาบางคน เราต้องขอโทษ แต่ยังเชื่อว่าเวลาสภาเหลือจนถึงเที่ยงคืนน่าจะขอได้และอภิปรายได้จนจบ เหลือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังไม่ได้อภิปราย และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ครึ่งเดียว ยังขาดพรรคอนาคตใหม่อภิปราย อีก 2 คน 

นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้เราเสียใจ ขอโทษประชาชนที่ทำหน้าที่ได้ไม่ครบเพราะรัฐบาลไม่เอื้ออำนวยให้ทำงาน ส่วนเพื่อนร่วมงานก็กระทบกระทั่งกัน แต่ได้คุยและทำความเข้าใจกันไปแล้ว ส่วนเรื่องการจัดคิวอภิปรายก็จัดร่วมกันทุกพรรค ไม่มีพรรคไหนไม่ได้เข้าร่วม แต่แม้ว่าจะจัดคิวแล้วแต่ก็ไม่เป็นไปตามนั้น 100 เปอร์เซ็นต์ 

“แต่สาเหตุที่จัด พล.อ.ประวิตร ไว้คนสุดท้าย เรื่องนี้จัดไว้ตั้งแต่วันแรก เนื่องจากวันที่ยื่นญัตติ มีรายชื่อ พล.อ.ประวิตร มาเป็นรายชื่อสุดท้าย และหากอยากให้อภิปรายมีรสชาติ ต้องให้คนที่เป็น “พระเอก”ปิดท้ายไว้บ้าง คือเริ่มด้วย พล.อ.ประยุทธ์ ปิดท้ายด้วย พล.อ.ประวิตร และเมื่ออภิปรายไปเรื่อยๆ พอเริ่มเห็นว่าเริ่มจะไม่ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร วิปฝ่ายค้านก็ให้เลื่อน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นมาเพื่ออภิปรายพล.อ.ประวิตร ก่อน แต่กลายเป็นว่า พล.อ.อนุพงษ์ ยังไม่ถูกอภิปราย แต่ที่ผมเสียดายที่สุดคือนายรังสิมันต์ โรม ถ้าได้อีก 1ชั่วโมงก็จะครบพอดี” ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว

นายสุทิน  กล่าวอีกว่า สำหรับการแบ่งเวลาว่าที่กรรมการคุยกัน แต่ไม่ได้แบ่งตามพรรค ก็มีการปรับกันไปบ้าง ตามสถานการณ์ในห้องประชุม ส่วนการโหวตเสียงแตก มีแค่แนวทาง แต่เป็นมติบังคับใครไม่ได้ แต่เดี๋ยวแต่ละพรรคก็คงต้องมีการคุยกัน ส่วนคนของพรรคเพื่อไทยที่โหวตไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร ก็ถือว่าเป็นเจ้าเดิม

เมื่อถามถึง กรณี “คุณขอมา”ในการอภิปรายครั้งนี้  นายสุทิน กล่าวว่า ถ้าตอบไปก็จะไม่เชื่อ ให้ดูการทำงานดีกว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้ามีแล้วจะคุ้มอะไร จะได้อะไร ที่ผ่านมาก็มีคนเสนอกลยุทธ์ว่าอภิปรายคนนั้น ไม่อภิปรายคนนี้ เพื่อเสี้ยมให้แตกกัน แต่สุดท้ายแล้วทุกพรรคเสนอใครมาก็ไม่มีใครไม่ได้ อภิปรายคนไหน เสียดายแต่นายรังสิมันต์ ที่ยังไม่ได้อภิปราย ถ้าได้อภิปรายคนสุดท้ายก็จะครบ

เมื่อถามย้ำ เรื่องการปรับความเข้าใจกับแกนนำกลุ่มอนาคตใหม่ นายสุทิน กล่าวว่า  ในหลักการใหญ่ได้เข้าใจกันแล้ว แต่รายละเอียดยังมีอยู่ต้องทำความเข้าใจกันอีกบ้าง และตอนนี้จะต้องระวัง IO เสี้ยมให้ฝ่ายค้านแตกกัน อย่างไรเสียในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดทานข้าวกัน ไม่ถือว่าประสานรอบร้าว แต่เป็นการปรับความเข้าใจในระยะสั้นๆ ส่วน แฮชแทตในทวิตเตอร์  “#กูให้มึงเข้าสภา” ที่แสดงถึงความไม่พอใจของคนรุ่นใหม่ นายสุทิน กล่าวว่า เป็นเพราะยังได้ข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์เพราะสถานการณ์มันเร็ว แต่อีกสักพักจะเข้าใจ ขนาดส.ส. บางคนในพรรคเองก็ยังต้องทำความเข้าใจ.



ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่วอล์คเอ้าท์ และประกาศไม่ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่องจาก ในอดีตไม่มีการใช้เสียงข้างมากมาละเมิดสิทธิเสียงข้างน้อยตามหลักประชาธิปไตย อีกทั้งยังเห็นว่า พล.อ.อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย ยังไม่ถูกอภิปรายเลย ดังนั้นจึงถือว่ายังไม่สิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ หมายความว่าญัตติยังไม่สิ้นสุด และหลังปิดการอภิปราย ก่อนลงมติ ต้องมีการอภิปรายสรุป แต่เพื่อไทยยืนยันว่าไม่ใช่ไม่ใช่สิทธิแต่เป็นมาตรการตอบโต้ของเสียงข้างน้อยที่ดีที่สุด ในการไม่ร่วมในการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง และติดว่าต่อให้ลงมติแล้วก็เป็นมติที่ไม่สมบูรณ์ และอันนี้ต้องสู้กันต่อไป เพราะการกระทำนี้ที่ตนเห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็จะถูกบันทึกไว้ในสภา และถ้ามาเข้าร่วมลงมติก็เท่ากับว่ายอมรับการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และการใช้อำนาจนี้ก็แสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้มีการอภิปรายเลย

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า  วันนี้ตนและเพื่อน ส.ส. จึงใส่ชุดดำมาเพื่อต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม และทุกคนก็เห็นหมดว่าทางพรรคพยายามจะต่อเวลา แต่ก็ถูกครอบงำด้วยอำนาจที่ไม่ชอบธรรม ย้ำว่าการเข้าไปร่วมเหมือนไปยอมรับวิธีการของเขา ส่วนกลุ่มอนาคตใหม่ที่เข้าร่วม ก็ถือเป็นสิทธิตามเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในการลงคะแนน ทั้งนี้คำสั่งที่มีอำนาจสั่งสภาได้ ซึ่งเป็นของผู้ใหญ่ฝั่งรัฐบาล.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 17