อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

กห.ใช้กฎเหล็กป้องกันโควิด-19ตามแนวชายแดน

กลาโหมใช้กฎเหล็กป้องกันตามแนวชายแดนช่องธรรมชาติ ขอความร่วมมือกำลังพลไม่เดินทางไปตปท.นี้ ด้านทบ.เข้มมาตรการคัดกรองโควิด-19 ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.20 น.


เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการป้องกันโรคโควิด-19 ว่า กระทรวงกลาโหมดูแลในภาพรวม เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคระบาดโดยมีการเตรียมพร้อมกำลังพล อุปกรณ์ทางการแพทย์บุคลากรทางการแพทย์ ยุทโธปกรณ์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ได้มีการยกระดับตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาด เพื่อดูแลป้องกันโรคโควิด -19 โดยตรง ซึ่งมีการติดต่อกับแพทย์ในพื้นที่มณฑลทหารบก เป็นการเชื่อมโยงทางระบบวิดีโอทางไกลในการติดตามข้อมูลผู้ป่วย ติดตามสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งยังจัด บุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์ อาทิ เทอร์โมสแกน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจต่างๆทางสนามบิน ทางเรือ รวมทั้งทางเข้า-ออกอย่างเป็นทางการตามแนวชายแดน  ส่วนช่องทางธรรมชาตินั้นได้มอบให้กองกำลังตามแนวชายแดนปิดพื้นที่โดยใช้กฎเหล็ก ตรวจตราการเข้าออก 

พล.อ.ณัฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในพื้นที่กระทรวงกลาโหมยังให้ความรู้กับกำลังพล และการป้องกันอย่างเฉียบขาด การคัดกรองทุกทางเข้าออกในหน่วย รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัย รวมไปถึงการทำความสะอาดบริเวณด้านในและรอบนอก ทางระบายน้ำ เพราะคิดว่าความสะอาดจะทำให้เชื้อโรค แพร่กระจายได้ยาก รวมทั้งยังเข้าไปยังบ้านพักกำลังพลเพื่อให้ความรู้และป้องกันในเรื่องการล้างมือ การใช้แอลกอฮอล์ กับครอบครัวกำลังพลที่มีทั้งบุพการี สามีภรรยาและลูก ซึ่งทุกอย่างจะใช้กฎเหล็กในการปฏิบัติงาน 

เมื่อถามว่า โรงพยาบาลทหารจะมีพื้นที่เพียงพอหรือไม่ เนื่องจากต้องจัดห้องต่างหากเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 พล.อ.ณัฐ กล่าวว่า มีการกันพื้นที่ไว้เฉพาะแล้ว รวมถึงโรคพยาบาลสนาม พร้อมประสานโรงพยาบาลใกล้เคียง หากต้องการเครื่องมือแพทย์เพิ่มเติม และในส่วนที่ประเทศไทยเป็นเลขาธิการศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียนและมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการในประเทศไทยจะมีการวิดีโอทางไกล เพื่อประสานงานและอัพเดตข้อมูลกันอยู่ตลอดเวลา

ส่วนกรณีที่กำลังพลต้องเดินทางไปราชการต่างประเทศนั้น ต้องชะลอไว้ก่อน ยกเว้นการประชุมที่จะเกิดขึ้นกระทบหลายประเทศอาทิ การประชุมรมว.กลาโหมอาเซียนที่ผ่านมา ทางเจ้าภาพได้มีมาตรการในการป้องกันอย่างดีมีการตั้งจุดคัดกรองอย่างดี ส่วนกำลังพลที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศเป็นการส่วนตัวได้ขอให้งดไปก่อน ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือ และกำลังพลเข้าใจว่าไม่น่าจะเดินทางไปในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามการห้ามถึงขั้นออกคำสั่งก็ต้องมีการระมัดระวัง เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล กระทรวงกลาโหมจะใช้ความร่วมมือไปก่อนและทุกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี 

ขณะที่พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกยังคงให้ความสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งมาตรการคัดกรองป้องกัน และรณรงค์ให้ความรู้ การปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งสนับสนุนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานคัดกรอง ที่ท่าอากาศยาน 9 แห่งทั่วประเทศ และพื้นที่ด่านตรวจผ่านเข้าออกตามแนวชายแดน ควบคู่ไปกับการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย โดยในช่วงเดือนก.พ.63 นี้ ได้แจกจ่ายหน้ากากให้ประชาชนไปแล้ว 150,000 ชิ้น

ล่าสุด เพื่อให้สอดคล้องกับการที่กระทรวงสาธารณสุขระบุให้ โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กองทัพบกโดยกรมแพทย์ทหารบก จึงได้ออกประกาศแนวทางในการปฏิบัติ สำหรับการเดินทางในช่วงที่มีการระบาดของโควิเ-19 โดยกำหนดให้กำลังพลกองทัพบก ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศหรือผ่านประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ให้ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และให้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองอย่างเคร่งครัด เมื่อมีความจำเป็นต้องไปยังประเทศที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้หลังจากที่กลับมาต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการ และควรจำกัดบริเวณของตนเองในช่วง 14 วัน ตามมาตรการด้านการแพทย์

ส่วนกำลังพลทั่วไปต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในมาตรการการป้องกันโรคในทุกด้าน รวมทั้งโรงพยาบาลและหน่วยทหารซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ มีผู้ผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมากต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อของโรคเป็นอันดับแรก ที่สำคัญโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบกและหน่วยสายแพทย์ให้เตรียมความพร้อมในการดูแลตรวจคัดกรอง และรายงานผลตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ 

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในช่วงนี้มีกำลังทหารจากมิตรประเทศได้เดินทางเข้ามาร่วมการฝึกกับกองทัพบกในประเทศไทยรวม 2 การฝึก ได้แก่ การฝึกผสมหนุมานการ์เดียน2020 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกล์ด 2020 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 โดยกองทัพบกได้จัดให้มีการคัดกรองโรคโควิด -19  ตั้งแต่เริ่มเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย และในระหว่างการฝึกจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยมีโรงพยาบาลอานันทมหิดล, โรงพยาบาลค่ายสมเด็จนเรศวร และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ให้การดูแลและเฝ้าระวังกำลังพลทั้งไทยและต่างประเทศ

ทั้งนี้กองทัพบกยังได้เน้นย้ำหน่วยทหารถึงการจัดงานหรือกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากให้มีการตรวจคัดกรองป้องกันโรคด้วยในทุกกิจกรรม ส่วนสถาบันการศึกษาของกองทัพบก ซึ่งมีกำหนดให้นายทหารนักเรียนไปศึกษาดูงานต่างประเทศ กองทัพบกได้ให้เลื่อนการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศไปก่อนจนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดจะคลี่คลาย.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16