อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

"ปิยบุตร" อัด 4 ข้อผิดพลาดรัฐบาลแก้โควิด

“ปิยบุตร” ชี้วิกฤติ “โควิด” ต้องบริหารด้วยความหวัง ไม่ใช่ด้วยความกลัว อัด 4 ข้อผิดพลาดรัฐบาล เชื่อเสรีภาพเดินคู่สุขภาพปชช.ได้ อาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 เวลา 15.38 น.

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในรายการ อินเทอร์เร็กนุม ตอนพิเศษ "รัฐประหารโควิด" โดยตอนหนึ่งระบุว่า ท่ามกลางวิกฤตโควิด -19 รัฐบาลมีมาตรการเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มีการประกาศ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและการประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งก็เป็นไปเพื่อรักษาสุขภาพตามที่ได้กล่าวอ้างนั้น ตนวิเคราะห์สถานการณ์จำแนกได้แก่ 1.รัฐประหารโดยไวรัสโควิด เพราะอำนาจได้กลับมารวมศูนย์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมอีกครั้ง เป็นผู้เผด็จการที่มาจัดการเรื่องโควิด เพราะเราไม่เห็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการปัญหา มีเพียงนายกและบางครั้งก็มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย บทบาทรัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์ นำและใช้กลไกข้าราชการทหาร ตำรวจ และข้าราชการประจำจัดการเบ็ดเสร็จ ออกมาตรการเข้มข้นเกินกว่าเหตุ จำกัดสิทธิเสรีภาพมากขึ้น มาในนามของสุขภาพนำเสรีภาพ ซึ่งแท้จริงแล้วสุขภาพและเสรีภาพเดินควบคู่กันได้ ถ้าเรามีผู้นำประเทศได้อย่างมีกึ๋นเพียงพอ มีสภาวะผู้นำเพียงพอในการบริหารจัดการบ้านเมืองในสภาวะวิกฤติ

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า 2. สะท้อนรัฐราชการรวมศูนย์จริงๆ โดยอำนาจที่เอามารวมกันนั้นเป็นอำนาจที่แตกเป็นส่วนๆ เพราะแต่ละกระทรวง ทบวง กรมก็มีระเบียบกลไกของตัวเอง ปัญหานี้เกิดชัด เวลาสั่งการระดับบนลงมาจะไม่เกิดผลทันที เพราะต้องเข้าสู่ส่วนราชการ แล้วต้องดูว่ากลไกแต่ละหน่วยงานจะสั่งการต่อกันอย่างไร แต่ละหน่วยงานมีกลไกการสั่งที่ไม่เหมือนกัน เช่น การให้ข้าราชการเริ่มทำงานอยู่บ้าน แต่ละส่วนไปคิดสั่งการมาได้วิธีการช้าเร็วไม่เท่ากัน หรือกรณีให้อำนาจผู้ว่าฯตัดสินใจแต่ละจังหวัด ก็ตัดสินใจไม่เหมือนกัน กลายเป็นว่าหลายจังหวัดคิดว่าตัวเองเป็นจังหวัดอิสระ ต้องทำอย่างไรก็ได้ไม่มีโควิดระบาด ปกป้องแดนตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่ได้ฟังแนวทางรัฐส่วนกลางเท่าใดนัก 3.ออกกฎเกณฑ์ มาตรการ ระเบียบต่างๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องหลักความมั่นคงแน่นอนของนิติฐานะ มีการออกกฎเกณฑ์บังคับกับบุคคล บุคคลนั้นต้องรู้ล่วงหน้าว่ากฎเกณฑ์พูดถึงอะไร จะให้ทำอะไร เพื่อจะได้ตัดสินใจดำเนินชีวิตได้ถูก และกฎเกณฑ์ที่ออกมาต้องแน่นอน ชัดเจน อ่านแล้วเข้าใจว่าต้องการให้ปฏิบัติอย่างไร และใช้เวลายาวนานพอสมควร ไม่ใช่ออกวันนี้แล้วพรุ่งนี้เปลี่ยน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ มาตรการที่ออกมาไม่มีเรื่องความมั่นคงแน่นอนของนิติสถานะ คนที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ไม่มีทางรู้ล่วงหน้า อยู่ดีๆ ก็ประกาศแล้วใช้ทันที ไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวช่วงเปลี่ยนผ่าน และออกมาแล้วต้องตามแก้ไปเปลี่ยนใหม่เรื่อย เช่น กรณีเหตุการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ คนเดินทางไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องเจอกับมาตรการอะไรบ้าง เชื่อว่าทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ เพียงแต่มาตรการรัฐต้องเตรียมรองรับให้เพียงพอด้วย ต้องคิดให้รอบด้านมากกว่านี้ การรู้ล่วงหน้าจะได้เตรียมพร้อมถูก

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า 4.มาตรการที่ออกมาคิดไม่ตลอดสาย และไม่เตรียมระบบรองรับล่วงหน้า วันนี้รัฐบาลไม่ใช่วิ่งตามแก้วิกฤติโควิด แต่เป็นรัฐบาลที่วิ่งตามแก้มาตรการที่ตัวเองออกมาแล้วคิดไม่ตลอดสาย ออกมาทีต้องตามแก้ผลร้ายที่ออกมาก่อน วนเป็นงูกินหางไม่จบสิ้น จนทำความเชื่อมั่นของประชาชนหายไป เช่น การไม่ตัดสินใจประกาศเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยทำแต่เพียงการขอความร่วมมืองดจัดกิจกรรมในสถานที่ที่ผู้คนไปรวมกันอยู่มากๆ เช่น โรงภาพยนตร์ สนามกีฬา สนามมวย เป็นต้น แต่ก็ไม่ได้กวดขันเข้มงวดและในที่สุด ซูเปอร์สเปรดเดอร์ที่แรกในประเทศไทย จุดที่ทำให้คนติดกันเต็มไปหมดและมีผู้เสียชีวิตก็คือ สนามมวยลุมพินี ก็เพราะไม่เด็ดขาดตั้งแต่ตอนนั้น แล้วพอตกใจก็ตามาด้วยการสั่งปิดห้างสรรพสินค้า โดยลืมคิดไปว่าคนทำงานซึ่งเป็นคนต่างจังหวัดจะทำอะไร มีรายได้จากไหน อยู่กันอย่างไร ก็เกิดการแห่กลับภูมิลำเนา คนไปรวมกันเต็มขนส่ง และแต่ละจังหวัดก็เริ่มเครียด ออกมาตรการล็อคดาวน์จังหวัดตัวเอง ขณะที่เรื่องค่าชดเชยหยุดงานก็ไม่ได้คิดเตรียมระบบรับ หลังจากออกมาก็ปรากฏว่าคนไปต่อแถวรอเปิดบัญชี มีการรวมตัวกัน หรือแห่ลงทะเบียนสมัครจนอินเตอร์เน็ตล่ม เป็นต้น

นายปิยบุตร กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์วิกฤตนี้ เชื่อว่าหากรัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ดี มีภาวะผู้นำเพียงพอจะสามารถแก้วิฤติได้ ซึ่งต้องเป็นผู้นำที่สื่อสารดี เข้าใจ ตรงไปตรงมา พูดความจริง ไม่โกหกประชาชน แต่ก็ไม่ทำให้ประชาชนตระหนกตกใจ ไม่ตวาดสั่งสอนเหมือนตัวเองเป็นผู้ปกครองมาด่าลูก ไม่ทำให้ประชาชนกลัว และนอกจากนี้การออกแบบมาตรการต้องรอบคอบ คิดทั้งระบบ ตัดสินใจมาตรการใดแล้วต้องมีคนได้รับผลกระทบ ต้องเตรียมวิธีการเยียวยาด้วย ไม่ใช่ทำไปทีแก้ไปที และเมื่อตัดสินใจแล้วต้องเด็ดขาด เดินหน้า และต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เอาแต่ตำหนิติเตียนโทษประชาชนตลอดเวลา และสุดท้ายรัฐบาลที่ดีในยามวิกฤติจะต้องบริหารประเทศ แก้ไขวิกฤติของประเทศได้ด้วยความหวัง ใช้ความหวังในการบริหาร ใช้ความหวังในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคน ไม่ใช่ด้วยความกลัวอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน.
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    11%
  • ไม่เห็นด้วย
    89%

บอกต่อ : 26