อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

แฉเด็กนักการเมืองงาบหัวคิว'รร.' รู้ตัวแล้วแต่เอาผิดลำบาก

แก๊งงาบหัวคิวโรงแรมรับกักตัวโควิด ที่แท้เป็นคนติดตามนักการเมือง สั่งหน้าม้าไปเดินสาย หวั่นเผยชื่อกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ส่วนความผิดยังไม่สำเร็จ ดำเนินคดีไม่ได้ อังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.01 น.


จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฉุนขาดเมื่อสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ออกมาแฉขบวนการเรียกค่าหัวคิวจากเจ้าของโรงแรมย่านพัทยาเพื่อแลกกับการได้รับเลือกเป็นสถานกักตัวคนไทยที่เดินทางจากต่างประเทศ ในอัตรา 40 % ของค่าห้องที่ทางราชการจ่ายให้ห้องละ 1,000 บาทต่อวัน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.แหล่งข่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีทราบแล้วว่าใครเป็นใคร ถึงกับเปรยว่า “รวยแล้วไม่น่าปล่อยให้ลูกน้องไปทำอย่างนี้” แม้นายกรัฐมนตรีจะทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่แนวทางการสอบสวนจะตีกรอบอยู่ในกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับ 3 กระทรวง ได้แก่ กลาโหม มหาดไทย และสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบกับ ศบค. อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอำนาจการเบิกจ่ายงบประมาณค่าโรงแรมแล้ว สามารถตัด 2 กระทรวงทิ้งไปได้เลย เพราะไม่มีหน้าที่พิจารณาคัดเลือกโรงแรมและเบิกจ่ายเงินงบประมาณ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กลุ่มบุคคลที่ไปเรียกค่าหัวคิว ไม่ใช่ข้าราชการ แต่เป็นผู้ติดตามนักการเมือง ส่งหน้าม้าไปเดินสายเคาะกะลาจนกลายเป็นข่าวอื้อฉาว แต่การสอบสวนอาจสะดุดหยุดลงเพราะเมื่อเปิดเผยชื่อคนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อนักการเมืองและบานปลายกลายเป็นประเด็นการเมือง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล จึงมีความเป็นไปได้ว่า การสอบสวนอาจตัดตอนเฉพาะหน้าม้าที่เข้าไปติดต่อเจ้าของโรงแรมเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยชื่อผู้ติดตามนักการเมืองกลุ่มดังกล่าว หรือหาทางออกโดยระบุว่า ความผิดยังไม่สำเร็จ จึงดำเนินคดีไม่ได้เพราะเจ้าของโรงแรมยังไม่เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ ศบค.ต้องการโรงแรมเพื่อใช้กักตัวคนไทยที่ทยอยเดินทางกลับมาวันละ 400 คน คนละ 14 วัน ทำให้ต้องใช้ห้องพักอย่างน้อย 5,600-6,000 ห้อง จึงเปิดให้โรงแรมต่างๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าร่วมโครงการโดยทางรัฐจะจ่ายให้ห้องละ 1,000 บาทต่อวัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

'กห.'กาหัวแก๊งงาบหัวคิวโรงแรม มี5-6คนส่งหลักฐานให้ตร.แล้ว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 134