อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

ส.ว.ลั่นอย่าข่มขู่ปมแก้รัฐธรรมนูญ เย้ยม็อบนศ.แค่วูบวาบทำไม่สำเร็จ

“เสรี”แจง เสียงส.ว.ส่วนใหญ่ยังดูท่าทีแก้-ไม่แก้รธน. ด้าน “พลเดช” ลั่น อย่าข่มขู่ ไม่มีใครกลัวใคร ชี้กระแสม็อบนักศึกษาแค่วูบวาบ ยังไม่ถึงขั้นกระแสปฏิวัติมวลชน อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2563 เวลา 16.27 น.


เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญโดยยอมให้ตัดอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายวันชัยที่วิเคราะห์จากสถานการณ์การเมือง เสียงส.ว.ที่ออกมาแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเสียงส่วนน้อย แต่เสียงส.ว.ส่วนใหญ่ยังนิ่ง รอดูสถานการณ์อยู่ การแก้รัฐธรรมนูญเรื่องส.ว.นั้นต้องดูว่า ส.ว.มาโดยรัฐธรรมนูญ มีภารกิจปฏิรูปประเทศ ติดตามยุทธศาสตร์ชาติ เลือกนายกฯ ที่กำหนดเป้าหมายไว้แต่แรก ดังนั้นการจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องรอบคอบ จะดูกระแสอย่างเดียวไม่ได้ ต้องว่าด้วยเหตุผล โดยเฉพาะการไม่ให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ต้องเป็นไปโดยความเห็นพ้องต้องกัน รัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติมา ต้องเคารพเสียงประชาชน จะแก้ได้ก็ต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกัน

นายเสรี กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องส.ว.ขณะนี้เป็นเรื่องของที่มาส.ว.ไม่ถูกใจจึงออกมาเรียกร้อง แต่ไม่ได้ดูเรื่องเหตุผล บวกกับปัญหาการเมืองที่บางพรรคถูกยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงอยากให้รื้อใหม่หมด ขณะนี้ส.ว.ขอรอดูความเห็นทุกฝ่ายเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ข้อยุติชัดเจนก่อนว่า จะแก้โดยวิธีตั้งส.ส.ร.หรือแก้รายมาตรา เพราะส.ส.ยังเห็นไม่ตรงกัน ถ้าส.ว.รีบเสนออะไรไปโดยยังไม่มีข้อยุติ จะยิ่งสร้างความขัดแย้งมากขึ้น

ด้านนพ.พลเดช ปิ่นประทีป ส.ว. กล่าวว่า ความจริงส.ว.ไม่ได้เป็นเอกภาพ มีความเห็นแตกต่างกัน ส่วนตัวไม่ขัดข้อง ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้โหวตเลือกนายกฯ ผลออกมาเป็นอย่างไรพร้อมยอมรับ ตนพร้อมโหวตแก้ให้ แต่ให้มาคุยกันก่อน จะแก้ไขประเด็นใด แก้ทั้งฉบับหรือบางประเด็น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ไม่ดีทั้งฉบับ ส่วนดีก็มีเยอะ ขอให้มาคุยกัน อย่ามาขู่กัน เพราะไม่มีใครกลัวใคร การระบุว่าอำนาจส.ว.เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนั้นแล้วแต่จะมอง แต่อำนาจส.ว.เป็นไปตามบทเฉพาะกาล 5 ปี ให้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่ากว่าจะแก้ฐธรรมนูญเสร็จก็เข้าปีที่ 2-4 ของรัฐบาลแล้ว ตอนนั้นส.ว.ใกล้หมดเวลาแล้ว อย่าใจร้อนเกินไป ควรให้ส.ว.ทำหน้าที่ครบ 5 ปี เดี๋ยวก็ต้องไป

นพ.พลเดช กล่าวอีกว่า ส่วนการชุมนุมของนักศึกษาที่กำลังลามไปทั่วประเทศนั้น ควรเปิดเวทีให้นักศึกษาได้แสดงออก แต่นักศึกษาอย่าเลยเถิด ไร้เดียงสา ตนเคยผ่านวัยนักศึกษามาก่อน รู้ดีว่าสุดโต่งเกินไปก็ไม่ชนะ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ถ้าเปรียบเทียบการชุมนุมของนักศึกษาสมัยก่อนกับปัจจุบันต่างกันมาก สมัยก่อนนักศึกษามาชุมนุมด้วยจิตสำนึกการมีส่วนร่วม อุดมการณ์การเมือง ศึกษาเรื่องราวต่างๆ มาอย่างจริงจัง แต่สมัยนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เป็นเรื่องการใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่า การบอกว่ากระแสนักศึกษาจุดติด ลามไปทั่วประเทศนั้น เป็นการติดแบบวูบวาบ ยังไปไม่ถึงขั้นกระแสปฏิวัติมวลชน เชื่อว่าสิ่งที่ทำจะไม่สำเร็จ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และเกรงว่าจะมีแรงต้านออกมาทำให้สถานการณ์แรงขึ้น คุมกันลำบาก ซึ่งไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    41%
  • ไม่เห็นด้วย
    59%

บอกต่อ : 19