อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

'จตุพร'เชื่อหลังชู 10 ข้อ ชีวิตแกนนำม็อบกระแสตีกลับ  

 “ตู่”เชื่อหลังชู 10 ข้อชีวิตแกนนำนศ.ไม่ง่ายเหมือนเดิม เจอกล่าวโทษ-ฟ้องร้องคดีตามมาเป็นพรวน ชี้รุกปฏิรูปสถาบัน ยิ่งเกิดกระแสตีกลับ ยัน 3 ข้อมีความชอบธรรมสูง เผยการข่าวบอก รธน.ผ่านแค่ ม. 256 นอกนั้นตกหมด แนะ “ประยุทธ์” ยุบสภาให้ปชช.ถอดสลักแก้ปัญหาดีกว่าดึงดันอยู่ต่อ จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 17.14 น.


เมื่อวันที่ 21 ก.ย.  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk โดยประเมินสถานการณ์หลังการชุมนุมเมื่อ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ชีวิตแกนนำการชุมนุมจะไม่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นสิ่งปกติของวิถีต่อสู้บนท้องถนน แม้ขณะนี้ บางคนพยายามเสนอตรรกะว่า การต่อสู้ได้เดินมาไกลและอยู่ใกล้เส้นชัยชนะเต็มที แต่นั่นเป็นการตีความฝ่ายเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือกระทำอะไร ดังนั้น ถ้าอีกฝ่ายลงมือแล้ว ระยะแรกจะเริ่มตื่นตัว และถ้าเดินทางยาวนาน ไม่มีปัจจัยมาเอื้ออำนวย ยิ่งทำให้ความยากลำบากเพิ่มขึ้นตามลำดับ

นายจตุพร กล่าวอีกว่า สถานการณ์หลัง 19 ก.ย.นั้น ตนมั่นใจว่า รัฐบาลได้รับความชำรุดน้อย เนื่องจากเป้าในการเคลื่อนไหวที่ชู 10 ข้อไม่ได้พุ่งไปเล่นงานรัฐบาล ขณะเดียวกันเป้าหมายนั้นไม่ได้ง่ายในทางปฏิบัติ และถ้ายิ่งเคลื่อนไหวรุกมากขึ้น ก็ยิ่งจะเกิดกระแสตีกลับเช่นกัน

"ผมยืนยันว่า สิทธิเขียนอ่าน เสรีภาพการแสดงความเห็นยังดำรงสภาพต่อไป ผมบอกมาแต่ต้นว่า สนับสนุน 3 ข้อ ไม่เอา 10 ข้อ มีหลายคนไม่พอใจผมมาก แต่ถ้ามองปรากฏการณ์ยาวๆแล้ว ถึงที่สุดปลายทางต้องเจอกับอะไร โดยผมเชื่อมั่นว่า ถ้าเอาการต่อสู้ใน 3 ข้อแล้ว กระแสจะแรงมากที่สุด เพราะประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน"นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า  เชื่อว่าถ้าต้องการจัดการรัฐบาลแล้ว ต้องวางเป้าหมายเคลื่อนไหวเรียกร้อง 3 ข้อ เมื่อเลือกเส้นทาง 10 ข้อแล้ว แม้เป็นเสรีภาพการตัดสินใจ แต่ระยะเวลาเดินต่อไปนั้นจะถูกกล่าวโทษ ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีหลากหลายเรื่องราว ดังนั้น เหตุการณ์ถัดจากนี้ไปต้องคิดถึงรุกและรับให้พร้อม โดยจะเกิดทั้งกระแสสูงสุดและต่ำสุดที่ใกล้กันอย่างมากด้วย ซึ่งตนเคยสัมผัสมาแล้วเมื่อหลังถูกการสลายชุมนุม 19 พ.ค. 2553  นปช.เกิดกระแสต่ำสุดอย่างมาก ไปที่ไหนก็ติดลบ จึงต้องปลุกให้พลิกฟื้นกลับมาดังเดิม แล้วมาสำแดงเอาวันเลือกตั้ง

นายจตุพร กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการนัดเคลื่อนไหวในวันที่ 24 ก.ย.นั้น ตนมองว่า มีความชอบธรรมในการเรียกร้องให้รัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และรายมาตราอื่นๆด้วย โดยการข่าวระบุฝ่ายรัฐบาลยอมแก้มาตรา 256 แต่ที่มาของ ส.ส.ร.ต่างกัน คือรัฐบาลขอเพิ่มสรรหา 50 คน และจากเลือกตั้ง 150 คน แต่ฝ่ายค้านต้องการเลือกตั้ง 200 คน

“ที่ยื่นแก้รายมาตราอื่นๆจะถูกตีตกหมด โดยให้ ส.ว.โหวตไม่ถึง 84 คน แม้เสียงข้างมากให้ผ่าน แต่จะเป็นโมฆะ ดังนั้น แรงกดดันในวันที่ 24 ก.ย.จะมีพลังมหาศาล หากนอกเหนือไปจากนี้จะกลายเป็นอีกกรณีหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเคลื่อนไหวทะลุเพดานการรัฐธรรมนูญแล้ว จะเกิดแรงต่อต้านเคลื่อนไหวเป็นคู่ขนานกันทันที”นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ตนได้นำเสนอความคิดเห็นในสังคม โดยยึดมั่นการพูดความจริง และไม่ทรยศต่อความเชื่อของตัวเอง รวมทั้งเคารพการเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาว แต่หลังจากนี้ เมื่ออีกฝ่ายตั้งหลัก แม้ปรากฏการณ์แต่ละเรื่องราวไม่ได้สำเร็จอย่างง่ายดาย แต่ตนต้องการพูดเตือนสติ และไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางขบวนการคนหนุ่มสาว อีกอย่าง ตนไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาล โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะลาออกปัญหาก็ไม่จบ ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ปัญหายังจะหวนกลับมาที่เดิม.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

บอกต่อ : 60