อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

'ภูมิใจไทย'ย้ำจุดยืนแก้รธน. ส.ส.ยันโหวตผ่านสมัยหน้า

"ศักดิ์สยาม" ย้ำจุดยืนภท.ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ภูมิใจไทย ยันโหวตผ่านญัตติแก้รธน.สมัยประชุมหน้า ขอโทษสังคมที่ไม่สามารถตัดสินใจให้เสร็จสิ้นได้  พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 23.15 น.

เมื่อวันที่ 24 ก.ย ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง พร้อมส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงภายหลังการปิดประชุมรัฐสภา ว่า ยืนว่าพรรคมีเจตนาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 256 ที่จะเปิดทางตั้งส.ส.ร. และต้องไม่ลืมว่าเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคแรกที่แสดงจุดยืนแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่าการจะผ่านวาระ 1 ต้องใช้เสียง ส.ว. 85 คน เมื่อมีความไม่สบายใจของส.ว. เกิดขึ้น เราก็กังวลว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะไม่ผ่านตั้งแต่วาระ 1 ดังนั้นเมื่อส.ว. ขอเวลาศึกษาร่างเพิ่มขึ้น โดยการตั้งกมธ. ใช้เวลา 30 วัน ซึ่งเราเห็นว่ามี 2 ทาง คือการให้ญัตติตกไป หรือรอเวลาอีก 30 วัน และในสมัยประชุมหน้าจะนำเข้าสู่วาระการประชุม มีการพิจารณาและโหวตร่างวาระ 1 ในเดือนพ.ย. ยืนยันว่าจะโหวตรับร่างในส่วนพรรคร่วมรัฐบาล และได้ให้คำมั่นสัญญาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเข้าใจความรู้สึกของสังคมที่จับจ้องรัฐสภา ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา ต้องขอโทษสังคมด้วย ที่ไม่สามารถตัดสินใจให้เสร็จสิ้นได้



ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าว กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่รับข้อเสนอเรื่องการตั้งกมธ. ศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีปัญหาในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ แต่จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเหมือนเดิม คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้ตั้ง ส.ส.ร. แต่วันนี้เป็นการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งสมาชิก ส.ว.อภิปรายว่า อยากมีเวลาได้ศึกษาโดยขอเวลา 30 วัน และเมื่อครบ 30 วันเปิดสมัยการประชุมหน้าก็จะมีการพิจารณา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะมีจุดยืนในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ เพราะรัฐบาล และส.ว.ร่วมมือกันยื้อเวลานั้น ต้องรับฟังเหตุผลกัน เพราะประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เราเห็นต่างได้ แต่ต้องรับฟังและมีเหตุผล.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    10%
  • ไม่เห็นด้วย
    90%

บอกต่อ : 18